ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
แก้ปัญหาคางสั้น คางถอย คางตัด คางเบี้ยว หรือทรงคางที่ไม่รับกับใบหน้า ด้วยการผ่าตัดเสริมคาง โดยใช้ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing ออกแบบจากโครงสร้างกระดูกจริงของแต่ละเคส เพื่อกำหนดความยาว ความกว้าง และความพุ่งของคางอย่างละเอียด
ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ทุกขั้นตอนเริ่มจากการวิเคราะห์ใบหน้าหลายมิติ ร่วมออกแบบทรงกับแพทย์ และประเมินโครงสร้างภายในด้วย CT Scan ก่อนส่งผลิตซิลิโคนเฉพาะบุคคลจากประเทศเกาหลี ช่วยให้ฐานซิลิโคนสอดคล้องกับส่วนเว้าโค้งของกระดูกและวางได้ตามแผนการรักษามากขึ้น
ศัลยกรรมเสริมคาง เป็นการปรับรูปร่างและสัดส่วนของคาง โดยแพทย์จะวางวัสดุเสริมบริเวณกระดูกคางผ่านแผลด้านในช่องปากหรือบริเวณใต้คาง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาคางสั้น คางถอย คางตัด หรือเพิ่มความยาวและความพุ่งของคางอย่างชัดเจน
การเสริมคางสามารถช่วยปรับสมดุลของใบหน้าส่วนล่าง ทำให้แนวคางสัมพันธ์กับจมูก ริมฝีปาก และกรอบหน้ามากขึ้น แต่รูปทรงที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามโครงสร้างกระดูก ปริมาณเนื้อเยื่อ สัดส่วนใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละบุคคล การประเมินโดยแพทย์ก่อนผ่าตัดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ
ทั้งโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์และการผ่าตัดเสริมคางสามารถเพิ่มมิติให้คางได้ แต่แตกต่างกันทั้งด้านวิธีการ ระยะพักฟื้น ความคงอยู่ และระดับการปรับโครงสร้าง จึงควรเลือกให้เหมาะกับปัญหาและความต้องการของแต่ละคน
การผ่าตัดเสริมคางและโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางมีจุดเด่นต่างกัน วิธีที่เหมาะสมควรพิจารณาจากโครงสร้างคาง ปริมาณเนื้อเยื่อ เป้าหมายของผลลัพธ์ และความพร้อมในการพักฟื้นร่วมกัน โดยให้แพทย์ประเมินใบหน้าจริงก่อนตัดสินใจ เพื่อวางแผนการรักษาที่สอดคล้องกับแต่ละบุคคล
รูปทรงของคางมีผลต่อสัดส่วนใบหน้าโดยรวม การเสริมคางสามารถช่วยปรับทั้งความยาว ความพุ่ง และแนวปลายคางให้สัมพันธ์กับจมูก ริมฝีปาก และกรอบหน้ามากขึ้น โดยปัญหาที่พบบ่อยมีดังต่อไปนี้
ทำให้ภาพรวมใบหน้าดูสั้น หน้ากลม
และทำให้เหมือนคนมีเหนียงตลอดเวลา
สัดส่วนของคางไม่ได้รูป ทำให้ใบหน้าดูแข็ง
และขาดความละมุน
อยากเสริมคาง แต่กลัวคางเป็นก้อนยื่นยาวเกินส่วน หรือคางดูผิดธรรมชาติ กลัวรอยต่อของซิลิโคน และเสี่ยงเบี้ยวเอียงในระยะยาว
การเลือกทรงคางให้เหมาะกับตัวเอง ต้องพิจารณาร่วมกับความกว้างของใบหน้า แนวกราม ความยาวใบหน้าส่วนล่าง องศาการยื่นของคาง และสัดส่วนเมื่อมองจากด้านข้าง
ทรงที่ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบสามารถแบ่งประมาณ 4 ลักษณะหลัก ได้แก่
ปลายคางเรียวแต่ไม่แหลมมาก ให้เส้นโค้งต่อเนื่องกับกรอบหน้า เหมาะกับผู้ที่ต้องการใบหน้าดูเรียวขึ้นโดยยังคงความแนบเนียน
เน้นปลายคางที่เรียวและมีความพุ่งชัดขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มมิติให้ใบหน้า หรือมีฐานคางเดิมค่อนข้างถอย แต่ต้องออกแบบอย่างพอดีเพื่อไม่ให้ปลายคางดูแหลมเกินไป
เพิ่มความยาวและความพุ่งในระดับพอดี พร้อมรักษาความโค้งมนของปลายคาง เหมาะกับผู้ที่ต้องการลุคอ่อนโยนและไม่ต้องการให้คางดูคมมาก
ออกแบบให้มีฐานคางกว้างและปลายไม่แหลมจนเกินไป ช่วยเสริมโครงหน้าส่วนล่างให้ดูชัด เหมาะกับผู้ชายหรือผู้ที่ต้องการกรอบหน้าที่มีความแข็งแรงมากขึ้น
ที่ ONE Surgery แพทย์จะใช้ภาพถ่ายหลายมุม 3D Design และข้อมูลโครงสร้างกระดูกประกอบการออกแบบ เพื่อให้ทรงคางตอบโจทย์ใบหน้าจริงมากกว่าการเลือกตามเทรนด์เพียงอย่างเดียว
เทคโนโลยีซิลิโคนเฉพาะบุคคล
ซิลิโคนสั่งผลิตเฉพาะบุคคลจากเกาหลี ขึ้นรูปใหม่เคสต่อเคสเพื่อลดปัญหาที่ลูกค้าหลายท่านกังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นคางยื่นดูผิดธรรมชาติ คางเป็นก้อน ซิลิโคนเบี้ยว ลอย
ข้อมูลจาก CT Scan ช่วยให้เห็นลักษณะฐานกระดูก ส่วนเว้าโค้ง และความไม่สมมาตร เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบพื้นผิวด้านใต้ของซิลิโคน
แพทย์สามารถวางแผนความยาว ความกว้าง ความพุ่ง รวมถึงความหนาของซิลิโคนในแต่ละตำแหน่งให้สัมพันธ์กับใบหน้า
การออกแบบให้สอดคล้องกับฐานกระดูกอาจช่วยให้ซิลิโคนวางได้แนบกับโครงสร้างมากขึ้น และลดช่องว่างที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของตำแหน่ง
สามารถปรับความหนาบางและความลาดของขอบซิลิโคน เพื่อลดความชัดของรอยต่อและช่วยให้แนวคางต่อเนื่องกับกรอบหน้ามากขึ้น
ผู้รับบริการสามารถร่วมพูดคุยกับแพทย์จากภาพจำลอง เพื่อทำความเข้าใจทิศทางของผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ ภาพจำลองเป็นเครื่องมือประกอบการวางแผน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์จริงที่ใกล้เคียงมากที่สุด
ONE Clinic : Surgery & aesthetics
ซิลิโคนแต่ละประเภทมีวิธีการออกแบบและการวางให้เข้ากับโครงสร้างคางที่แตกต่างกัน ตารางต่อไปนี้เปรียบเทียบสิ่งที่มักพบจากซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไป กับผลลัพธ์ที่ได้จากซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing
จะเห็นว่า ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing ช่วยให้สามารถออกแบบรูปทรงและฐานซิลิโคนให้เหมาะกับโครงสร้างคางของแต่ละคนได้ละเอียดมากขึ้น ทั้งด้านความยาว ความกว้าง และความพุ่ง เพื่อให้ทรงคางรับกับใบหน้าได้อย่างพอดีและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ONE Clinic : Surgery & aesthetics
สำหรับใครที่มีปัญหาคางสั้น คางถอย หรือคางตัด “การฉีดฟิลเลอร์คาง” มักจะเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเพราะไม่ต้องผ่าตัด และเห็นผลทันที แต่รู้ไหมว่า… หลายคนมักจะพบปัญหากวนใจตามมาในระยะยาว
02 — Results
แม้โปรแกรมฟิลเลอร์คางจะเป็นทางเลือกที่ช่วยปรับรูปทรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์มีระยะเวลาจำกัดและอาจต้องเติมซ้ำตามการสลายตัวของสารเติมเต็ม นอกจากนี้ หากเลือกผลิตภัณฑ์หรือปริมาณที่ไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลต่อรูปทรงคางในระยะยาวได้
ต้องคอยไปเติมบ่อยๆ ทุก ๆ 6-12 เดือน
เสียทั้งเงินและเวลาไม่จบสิ้น
เมื่อฉีดไปนาน ๆ หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไป ฟิลเลอร์อาจจะไหล ย้อย หรือทำให้รูปคางดูไม่เป็นธรรมชาติ
หากเจอตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการอักเสบ พังผืดเกาะ หรือคางบิดเบี้ยวได้
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
หากคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ การเปลี่ยนมาเสริมคางด้วยซิลิโคนคือคำตอบที่ตอบโจทย์กว่าในระยะยาว ได้รูปคางที่อยู่ได้ในระยะยาว (Long-lasting) ไม่ต้องกังวลเรื่องฟิลเลอร์ไหลหรือเปลี่ยนรูปทรง
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ศัลยกรรมเสริมคางซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING
TRANSFORMATION SEQUENCE
ออกแบบเฉพาะคุณคนเดียวเท่านั้น
ขึ้นรูปซิลิโคนใหม่เคสต่อเคส
ได้ผลลัพธ์ที่แนบเนียน คงอยู่ระยะยาว
ONE Clinic : Surgery & aesthetics
ถ้าพูดถึงการเสริมคางด้วยซิลิโคน หลายคนอาจจะกลัวเรื่องคางลอย คางเป็นขอบ หรือซิลิโคนเบี้ยวเอียง แต่ที่ ONE Surgery เราทลายทุกข้อจำกัดนั้น ด้วยบริการ “เสริมคางซิลิโคนเฉพาะบุคคล” (Customized 3D Printing) ที่ออกแบบมาเพื่อคุณคนเดียวเท่านั้น !
ผู้เข้ารับบริการจะได้เห็นภาพจำลองใบหน้าตัวเองและทรงคางที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า ทำให้คุณและแพทย์สามารถดีไซน์รูปทรงได้จนกว่าจะพอใจ
เราไม่ได้เดาสุ่ม แต่ใช้การสแกนโครงสร้างใบหน้าแบบ 3 มิติ เพื่อดูฐานกระดูกคางเดิมของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการผ่าตัด และนำไปขึ้นรูปซิลิโคนเฉพาะบุคคล
ซิลิโคนจะถูกขึ้นรูปด้วย 3D Printing ให้แนบสนิทเป๊ะกับฐานกระดูกเดิม ลดโอกาสการขยับ เบี้ยว หรือลอย และได้ทรงคางตามที่ออกแบบไว้
หมดปัญหาคางยื่นดูผิดธรรมชาติ หรือคางยาวเกินความจำเป็น เพราะสัดส่วนจะผ่านการคำนวณให้เข้ากับหน้าผาก จมูก และรูปหน้าโดยรวมของคุณอย่างลงตัว
3 Step สู่อนาคตของการเสริมจมูกที่ ONE
การเสริมคางที่ได้สัดส่วนควรเริ่มจากการวางแผนทั้งรูปทรงภายนอกและโครงสร้างกระดูกภายในอย่างละเอียด ที่ ONE Surgery จึงผสาน 3D Design, CT Scan Analysis และ 3D Printing เพื่อออกแบบซิลิโคนเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละเคสตั้งแต่ก่อนผ่าตัด
ถ่ายภาพจำลอง 3D พร้อมร่วมออกแบบทรงคางที่ต้องการกับแพทย์ ปรับทรงจนกว่าคุณจะพอใจ อยากได้รูปทรงแบบไหน ออกแบบได้เลยกับมือ
แสกนชั้นกระดูกใบหน้า เพื่อดูรูปทรงของกระดูกคางจริง ว่าภายในมีปัญหาอะไรหรือไม่ ก่อนสั่งผลิตซิลิโคนเฉพาะบุคคลที่จะลงล็อกกับโครงสร้าง
นำทรงที่ออกแบบไว้ผนวกเข้ากับผลการแสกนโครงสร้างกระดูก ไปพิมพ์เพื่อหล่อให้ได้ซิลิโคน “Zero Gap” แนบสนิทกับฐานคางเดิม และได้รูปทรงตามที่ออกแบบไว้
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
มาร่วมสัมผัสผลลัพธ์ที่ออกแบบมาสำหรับคุณคนเดียว เพื่อคางใหม่ที่สวยละมุนและดูแลให้ปลอดภัยในระยะยาว
โครงสร้างใบหน้าที่สมส่วน เริ่มต้นที่อัตราส่วนของ “คาง” ที่รับกับจมูกและหน้าผาก (Golden Ratio) แต่โครงสร้างใบหน้าของคนไทยและคนเอเชียส่วนใหญ่มักพบปัญหาบริเวณคางค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น
หากคุณส่องกระจกแล้วพบว่าตัวเองมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ “การเสริมคาง” คือคำตอบที่จะช่วยเปลี่ยนรูปหน้าของคุณให้ดูดีขึ้นได้อย่างชัดเจน
แม้ว่าการเสริมคางทั่วไปจะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย คางบุ๋ม ได้ แต่โครงสร้างกระดูกคางของมนุษย์เราไม่ได้เรียบเนียนหรือเท่ากันทั้งสองฝั่ง (Asymmetry) การเสริมคางด้วยซิลิโคนเฉพาะบุคคล (Customised Silicone) จึงออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาซิลิโคนไม่ลงล็อกกับโครงสร้างและตัดจบปัญหาเสริมคางแล้วยาวเกิน
กลุ่มนี้มักมีปัญหาเนื้อเยื่อภายในเกิดพังผืด หรือฐานกระดูกเดิมอาจถูกกดทับจนยุบตัวลงไป การใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไปจะไม่สามารถวางได้แนบสนิท จึงจำเป็นต้องใช้ซิลิโคน 3D Printing
ที่หล่อขึ้นมาเพื่อชดเชยส่วนที่เว้าแหว่งโดยเฉพาะ
สำหรับคนผิวบาง หรือคนที่ไม่ต้องการให้ใครดูออกว่าทำศัลยกรรมมา ซิลิโคนเฉพาะบุคคลจะออกแบบให้ขอบของซิลิโคนบางเฉียบและเรียบเนียนกลืนไปกับกระดูกเดิมอย่างไร้รอยต่อ
ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติเหมือนเป็นกระดูกของคุณเอง
หากคุณมีฐานกระดูกคางเดิมที่เอียง สูงต่ำไม่เท่ากัน หรือปูดนูนบางจุด การใส่ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไปจะทำให้คางยิ่งดูเบี้ยวชัดเจน แต่ซิลิโคน 3D Printing จะออกแบบให้ฐานซิลิโคนมีความหนาบาง แตกต่างกันตามรอยของกระดูก เพื่อปรับให้คางภายนอกดูตรงและสมมาตรที่สุด
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำสูง อยากเห็นและร่วมดีไซน์ทรงคางกับคุณหมอก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดจริง เพื่อความสบายใจและได้ทรงที่ตรงใจ
เวลาที่เราเห็นดารา นักแสดง หรือไอดอลที่มีใบหน้าเรียวสวย ดูละมุนและน่ามองในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขามีคางที่ยาวเท่านั้นนะ แต่เป็นเพราะใบหน้าของพวกเขาได้รับการจัดวางใน “สัดส่วนทองคำ” (Golden Ratio) หรือสัดส่วนที่สมดุลที่สุดตามหลักสรีรศาสตร์ และศิลปะ ซึ่งในวงการแพทย์ศัลยกรรมความงามเราจะแบ่งสัดส่วนใบหน้าตามแนวตั้งออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ดังนี้
ตั้งแต่ไรผมลงมาจนถึงหัวคิ้ว
ตั้งแต่หัวคิ้วลงมาจนถึงปลายจมูก
ตั้งแต่ปลายจมูกลงมาจนถึงปลายคาง
ONE Clinic : Surgery & aesthetics
เมื่อตัดสินใจจะผ่าตัดเสริมคางแล้ว อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ ควรเลือกผ่าตัดแบบแผลนอกหรือแผลในดี เพราะทั้งสองเทคนิคมีวิธีการผ่าตัดและข้อดีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ONE Surgery ได้สรุปข้อเปรียบเทียบมาให้เช็กกันแบบชัด ๆ
เป็นการผ่าตัดเสริมคางโดยเปิดแผลบริเวณใต้คางภายนอก (ความยาวแผลประมาณ 1.5–2 เซนติเมตร) เพื่อเข้าไปวางซิลิโคน
เป็นการผ่าตัดเสริมคางโดยเปิดแผลจากด้านในช่องปาก บริเวณซอกเหงือกตรงริมฝีปากล่าง (ความยาวแผลประมาณ 1.5–2 เซนติเมตร) เพื่อวางซิลิโคนลงไปที่ชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูกคาง
ในการศัลยกรรมเสริมคาง วัสดุหลักที่แพทย์ทั่วโลกยอมรับและนิยมใช้มากที่สุดคือ ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) เพราะมีความปลอดภัยสูง ร่างกายไม่ต่อต้าน และอยู่ได้ยาวนานถาวร แต่รู้ไหมว่าในปัจจุบันรูปแบบของซิลิโคนได้รับการพัฒนาไปไกลมาก โดยเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามกระบวนการขึ้นรูป
เป็นซิลิโคนคอมเพรสชันที่ผลิตมาจากโรงงานให้มีรูปทรง ขนาด (S, M, L, XL) และความโค้งที่เป็นมาตรฐานตายตัว (Standard Shape) โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ทรง คือ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างกระดูกคางของมนุษย์เราไม่ได้เรียบเนียนหรือสมมาตรเท่ากันทุกคน เมื่อนำซิลิโคนสำเร็จรูปมาใช้ แพทย์จึงต้องนำมา “นั่งเหลาด้วยมือ” ในห้องผ่าตัด เพื่อปรับแต่งให้เข้ากับหน้าคนไข้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นการคาดคะเนด้วยสายตา และหากเหลาได้ไม่พอดีกับส่วนเว้าโค้งของกระดูก ก็อาจทำให้เกิดปัญหาคางลอย คางเบี้ยว หรือเห็นขอบเป็นแท่งตามมาในภายหลังได้
นี่คือซิลิโคนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ONE Surgery โดยเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการใช้ซิลิโคนขนาดมาตรฐาน มาเป็นการ “หล่อซิลิโคนขึ้นมาใหม่เพื่อคุณคนเดียวในโลก” โดยใช้เทคโนโลยี 3D Printing ร่วมกับภาพสแกนโครงสร้างกระดูก (CT Scan) ของคนไข้แบบ 1:1
สำหรับการผ่าตัดเสริมคาง ราคาจะแตกต่างกันตามรูปแบบการรักษา วัสดุที่เลือก ความซับซ้อน และบริการที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ จึงไม่ควรพิจารณาจากราคาซิลิโคนหรือค่าผ่าตัดเพียงรายการเดียว
ONE Surgery แนะนำให้เข้ารับการประเมินก่อนสรุปราคา เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบโครงสร้างเดิมและวางแผนได้ตรงกับปัญหาจริง โดยปัจจัยที่มีผลต่อราคาประกอบด้วย
ราคาที่ต่ำกว่าอาจไม่ได้รวมบริการทุกขั้นตอน ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบว่าราคาครอบคลุมรายการต่อไปนี้หรือไม่
หมายเหตุ : ราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตรวจและแผนการรักษาของแพทย์
Results
ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing
Our Surgeons
ทีมแพทย์ ONE Surgery ผ่านการฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะทางระดับสากล มีความชำนาญการด้านสรีระใบหน้า และเข้าใจรสนิยมการออกแบบสำหรับชาวเอเชียเป็นอย่างดี
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เพราะความดูดีไม่ได้จบลงแค่ออกจากห้องผ่าตัด ที่ ONE Surgery & Aesthetics เราให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์หลังทำและความสบายของคนไข้” เราจึงมอบบริการโปรแกรม ONE Aftercare เพื่อลดความบวมช้ำและให้ทุกท่านกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
Anti-Inflammatory & Recovery Booster ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เร่งการขับของเสียหรือน้ำส่วนเกินที่ยังคงค้างอยู่ใต้ผิว ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไวขึ้นกว่าการรับประทานยาเพียงอย่างเดียว
(LED Light Therapy): กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวให้ซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น ทำให้แผลสมานตัว และลดอาการบวมตึงบริเวณแผลหลังผ่าตัด
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด ONE Surgery ลงทุนกับห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ระดับโรงพยาบาลเฉพาะทาง
ห้องผ่าตัดระบบ Positive Pressure · มาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom
ระบบควบคุมอากาศมาตรฐาน ISO เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและรักษาสภาวะแวดล้อมที่สะอาดที่สุดในระหว่างผ่าตัด
ระบบติดตามสัญญาณชีพแบบ Real-time ตลอดการผ่าตัดควบคุมโดยวิสัญญีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
อุปกรณ์ผ่าตัดผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อระดับ Hospital-grade ทุกชิ้น ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น
ห้องผ่าตัดพร้อมด้วยอุปกรณ์กู้ชีพครบครันและทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกรับมือ เหตุการณ์ฉุกเฉิน
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ดีไซน์ออกมาให้เป็นภาพ Customer Journey ที่เข้าใจง่าย ทีละสเตป จากการนัดปรึกษาครั้งแรก จนถึงวันที่คุณได้คางใหม่ที่ตรงแบบ ทุกขั้นตอนออกแบบมาเพื่อให้คุณมั่นใจในทุกจุด
แพทย์สอบถามปัญหา ความต้องการ ประวัติสุขภาพ และประวัติการฉีดหรือผ่าตัดเดิม พร้อมวิเคราะห์ใบหน้าจากมุมตรง มุมเฉียง และด้านข้าง
สแกนกระดูกขากรรไกรและคาง เพื่อดูฐานกระดูก ความไม่สมมาตร และตำแหน่งทางกายวิภาคที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน
ส่งแบบ CT Scan ไปผลิตซิลิโคน 3D Printing ที่โรงงานคู่ค้าในประเทศเกาหลี
แพทย์พิจารณาตำแหน่งแผล ชั้นวางซิลิโคน และวิธีการยึดตามลักษณะของเคส พร้อมอธิบายประโยชน์ ความเสี่ยง และการพักฟื้นก่อนผ่าตัด
ดำเนินการโดยศัลยแพทย์ในห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล ที่จัดเตรียมระบบและอุปกรณ์สำหรับติดตามความปลอดภัยระหว่างการผ่าตัด
ดูแลหลังเสริมคางอย่างต่อเนื่อง ทั้งทำแผล ติดตามอาการบวมช้ำ ประเมินตำแหน่งซิลิโคน และแนะนำการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้คุณมั่นใจขึ้นในทุกช่วงของการฟื้นตัว
การเลือกคลินิกเสริมคาง ควรพิจารณาทั้งแพทย์ วัสดุ ระบบและกระบวนการผ่าตัด และการติดตามผล ไม่ควรตัดสินใจจากโปรโมชันหรือภาพรีวิวเพียงอย่างเดียว
คลินิกควรจดทะเบียนถูกต้อง มีชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาต และช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
ควรมีชื่อ นามสกุล เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ และข้อมูลสาขาหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องแสดงไว้อย่างชัดเจน
การดูรูปหน้าจากด้านหน้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรประเมินทั้งมุมตรง ด้านข้าง ความสัมพันธ์กับจมูก ริมฝีปาก กราม และในกรณีที่จำเป็นอาจใช้ภาพถ่าย 3D หรือ CT Scan ประกอบ
ควรสอบถามชนิดวัสดุ แหล่งผลิต เอกสารที่เกี่ยวข้อง และเหตุผลที่แพทย์เลือกใช้กับเคสนั้น
คลินิกเสริมคางที่น่าเชื่อถือควรอธิบายทั้งผลลัพธ์ที่คาดหวัง ระยะพักฟื้น ความเสี่ยง และโอกาสที่อาจต้องแก้ไข โดยไม่รับประกันว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน
ควรดูทั้งมุมตรง มุมเฉียง และด้านข้าง พร้อมพิจารณาว่าเป็นภาพช่วงบวม ระยะกลาง หรือผลลัพธ์หลังเข้าที่แล้ว
ตรวจสอบว่ามีการนัดทำแผล ตัดไหม ประเมินอาการบวม และช่องทางติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติหรือไม่
ห้องพักพื้นแบบพรีเมียม
ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล
ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์
10 — Q & A
A : อาการบวมมักเห็นชัดในช่วงแรกและค่อย ๆ ลดลงตามการฟื้นตัว หลายคนสามารถกลับไปทำงานที่ไม่ใช้แรงมากได้เมื่ออาการบวมและความไม่สบายลดลง แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับเทคนิคผ่าตัด การตอบสนองของร่างกาย และลักษณะงาน แพทย์จะประเมินและแจ้งไทม์ไลน์ที่เหมาะสำหรับแต่ละเคส
A : ทรงคางจะเปลี่ยนไปตามการยุบของอาการบวมและการปรับตัวของเนื้อเยื่อ ช่วงแรกจึงอาจยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย โดยทั่วไปต้องติดตามผลต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนตามคำแนะนำของแพทย์
A : แพทย์อาจแนะนำให้ประคบเย็นในช่วงแรกเพื่อลดอาการบวม แล้วปรับวิธีดูแลตามระยะการฟื้นตัว ไม่ควรกำหนดเวลาและความถี่ด้วยตัวเอง เพราะต้องพิจารณาจากตำแหน่งแผลและอาการของแต่ละคน
A : อาจมีอาการชา ตึง หรือความรู้สึกเปลี่ยนไปบริเวณคางและริมฝีปากล่างในช่วงพักฟื้น หากอาการรุนแรงขึ้น ไม่ดีขึ้นตามลำดับ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรติดต่อแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม
A : ซิลิโคนทั่วไปมีขนาดและรูปทรงมาตรฐาน ส่วนซิลิโคนเฉพาะบุคคลออกแบบจากข้อมูลใบหน้าและโครงสร้างกระดูกของแต่ละเคส จึงสามารถกำหนดฐาน ความกว้าง ความยาว และความพุ่งได้ละเอียดกว่า แต่ผลลัพธ์และความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว
A : ซิลิโคนเสริมคางสามารถอยู่ได้ในระยะยาวและไม่มีตารางที่ทุกคนต้องเปลี่ยนเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม อาจต้องตรวจหรือเปลี่ยนในกรณีเกิดการติดเชื้อ ซิลิโคนเคลื่อน รูปทรงเปลี่ยน ต้องการปรับทรงใหม่ หรือมีภาวะแทรกซ้อน จึงควรติดตามผลตามคำแนะนำของแพทย์
A : สามารถเข้ารับการประเมินได้ แต่ต้องแจ้งชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่ฉีดให้แพทย์ทราบ แพทย์อาจพิจารณาให้สลายฟิลเลอร์ รอให้ยุบตัว หรือตรวจเพิ่มเติมก่อนวางแผนผ่าตัด
A : สามารถทำได้ โดยการออกแบบอาจเน้นความกว้าง ความพุ่ง และความต่อเนื่องกับแนวกรามมากกว่าการทำปลายคางให้เรียวแหลม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและโครงสร้างของแต่ละคน
A : ควรรอให้โครงสร้างใบหน้าเจริญเติบโตในระดับเหมาะสม และต้องผ่านการประเมินสุขภาพ ความพร้อม และความเข้าใจต่อการผ่าตัด สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายต้องมีการดำเนินการเรื่องความยินยอมตามข้อกำหนดของสถานพยาบาล
A : จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับว่าต้องตรวจ สแกน และออกแบบที่คลินิกก่อนผลิตซิลิโคนหรือไม่ ทีมงานสามารถประเมินเบื้องต้นผ่าน Consultation Online และวางแผนการเดินทาง วันผ่าตัด ระยะพักฟื้น และ Follow-up ให้เหมาะกับแต่ละเคส