Call Call LINE Line WhatsApp WhatsApp Google Map Google-Map

LINE

Whatapps

Location

Phone

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ผ่าตัดเสริมคางเฉพาะบุคคล
ด้วยซิลิโคน 3D Printing

ปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล พร้อมออกแบบทรงคางที่เหมาะกับคุณ

แก้ปัญหาคางสั้น คางถอย คางตัด คางเบี้ยว หรือทรงคางที่ไม่รับกับใบหน้า ด้วยการผ่าตัดเสริมคาง โดยใช้ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing ออกแบบจากโครงสร้างกระดูกจริงของแต่ละเคส เพื่อกำหนดความยาว ความกว้าง และความพุ่งของคางอย่างละเอียด

ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ทุกขั้นตอนเริ่มจากการวิเคราะห์ใบหน้าหลายมิติ ร่วมออกแบบทรงกับแพทย์ และประเมินโครงสร้างภายในด้วย CT Scan ก่อนส่งผลิตซิลิโคนเฉพาะบุคคลจากประเทศเกาหลี ช่วยให้ฐานซิลิโคนสอดคล้องกับส่วนเว้าโค้งของกระดูกและวางได้ตามแผนการรักษามากขึ้น

ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน 3D Printing ที่ ONE Surgery

ศัลยกรรมเสริมคางคืออะไร ?

ศัลยกรรมเสริมคาง เป็นการปรับรูปร่างและสัดส่วนของคาง โดยแพทย์จะวางวัสดุเสริมบริเวณกระดูกคางผ่านแผลด้านในช่องปากหรือบริเวณใต้คาง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาคางสั้น คางถอย คางตัด หรือเพิ่มความยาวและความพุ่งของคางอย่างชัดเจน

การเสริมคางสามารถช่วยปรับสมดุลของใบหน้าส่วนล่าง ทำให้แนวคางสัมพันธ์กับจมูก ริมฝีปาก และกรอบหน้ามากขึ้น แต่รูปทรงที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามโครงสร้างกระดูก ปริมาณเนื้อเยื่อ สัดส่วนใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละบุคคล การประเมินโดยแพทย์ก่อนผ่าตัดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ

เสริมคางด้วยซิลิโคนต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางอย่างไร ?

ทั้งโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์และการผ่าตัดเสริมคางสามารถเพิ่มมิติให้คางได้ แต่แตกต่างกันทั้งด้านวิธีการ ระยะพักฟื้น ความคงอยู่ และระดับการปรับโครงสร้าง จึงควรเลือกให้เหมาะกับปัญหาและความต้องการของแต่ละคน

หัวข้อ
ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง
วิธีการ
วางซิลิโคนบริเวณกระดูกคางผ่านแผลผ่าตัด
ฉีดสารเติมเต็มเพื่อเพิ่มปริมาตรและปรับรูปทรง
ความคงอยู่
อยู่ได้ในระยะยาว แต่ยังต้องติดตามผลและอาจต้องแก้ไขในบางกรณี
ค่อย ๆ สลายตัวตามชนิดผลิตภัณฑ์และการตอบสนองของร่างกาย
การพักฟื้น
อาจมีอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด ต้องมีการดูแลแผลอย่างเหมาะสม
พักฟื้นน้อยกว่า แต่อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือกดเจ็บ
ระดับการปรับรูปทรง
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาวหรือความพุ่งอย่างชัดเจน
เหมาะกับการปรับรายละเอียดหรือเพิ่มมิติในระดับไม่มาก
ข้อควรพิจารณา
ต้องประเมินโครงสร้างใบหน้า เลือกวัสดุและเทคนิคผ่าตัด รวมถึงเตรียมตัวก่อนและหลังทำ
ต้องเลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ให้เหมาะกับรูปหน้า พร้อมวางแผนการเติมซ้ำเมื่อผลลัพธ์ค่อย ๆ ลดลง

การผ่าตัดเสริมคางและโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางมีจุดเด่นต่างกัน วิธีที่เหมาะสมควรพิจารณาจากโครงสร้างคาง ปริมาณเนื้อเยื่อ เป้าหมายของผลลัพธ์ และความพร้อมในการพักฟื้นร่วมกัน โดยให้แพทย์ประเมินใบหน้าจริงก่อนตัดสินใจ เพื่อวางแผนการรักษาที่สอดคล้องกับแต่ละบุคคล

ปัญหาคางแบบไหนที่การเสริมคางช่วยปรับได้ ?

รูปทรงของคางมีผลต่อสัดส่วนใบหน้าโดยรวม การเสริมคางสามารถช่วยปรับทั้งความยาว ความพุ่ง และแนวปลายคางให้สัมพันธ์กับจมูก ริมฝีปาก และกรอบหน้ามากขึ้น โดยปัญหาที่พบบ่อยมีดังต่อไปนี้

คางสั้น คางถอย

ทำให้ภาพรวมใบหน้าดูสั้น หน้ากลม
และทำให้เหมือนคนมีเหนียงตลอดเวลา

คางตัด คางเหลี่ยม

สัดส่วนของคางไม่ได้รูป ทำให้ใบหน้าดูแข็ง
และขาดความละมุน

กลัวทำแล้วพัง ไม่เข้ากับหน้า

อยากเสริมคาง แต่กลัวคางเป็นก้อนยื่นยาวเกินส่วน หรือคางดูผิดธรรมชาติ กลัวรอยต่อของซิลิโคน และเสี่ยงเบี้ยวเอียงในระยะยาว

เสริมคางมีกี่ทรง เลือกทรงคางให้เหมาะกับรูปหน้าอย่างไร ?

การเลือกทรงคางให้เหมาะกับตัวเอง ต้องพิจารณาร่วมกับความกว้างของใบหน้า แนวกราม ความยาวใบหน้าส่วนล่าง องศาการยื่นของคาง และสัดส่วนเมื่อมองจากด้านข้าง

ทรงที่ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบสามารถแบ่งประมาณ 4 ลักษณะหลัก ได้แก่

1. คางวีมน

ปลายคางเรียวแต่ไม่แหลมมาก ให้เส้นโค้งต่อเนื่องกับกรอบหน้า เหมาะกับผู้ที่ต้องการใบหน้าดูเรียวขึ้นโดยยังคงความแนบเนียน

2. คางวีเชฟ

เน้นปลายคางที่เรียวและมีความพุ่งชัดขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มมิติให้ใบหน้า หรือมีฐานคางเดิมค่อนข้างถอย แต่ต้องออกแบบอย่างพอดีเพื่อไม่ให้ปลายคางดูแหลมเกินไป

3. คางปลายมน

เพิ่มความยาวและความพุ่งในระดับพอดี พร้อมรักษาความโค้งมนของปลายคาง เหมาะกับผู้ที่ต้องการลุคอ่อนโยนและไม่ต้องการให้คางดูคมมาก

4. คางทรงกว้างหรือ Masculine Chin

ออกแบบให้มีฐานคางกว้างและปลายไม่แหลมจนเกินไป ช่วยเสริมโครงหน้าส่วนล่างให้ดูชัด เหมาะกับผู้ชายหรือผู้ที่ต้องการกรอบหน้าที่มีความแข็งแรงมากขึ้น

เทคนิคการเลือกทรงคางเบื้องต้น

  • ใบหน้ากว้างหรือมีแก้มค่อนข้างมาก อาจเหมาะกับทรงเรียวยาวในระดับพอดี เพื่อช่วยสร้างแนวต่อเนื่องของกรอบหน้า
  • ใบหน้าเล็กแต่คางถอย อาจเน้นเพิ่ม Projection หรือความพุ่งมากกว่าการเพิ่มความยาว
  • ใบหน้ายาว ควรระวังการเพิ่มความยาวมากเกินไป และเน้นปรับมิติด้านหน้า
  • กรามหรือโหนกแก้มชัด ควรออกแบบความกว้างของคางให้สมดุลกับโครงหน้าส่วนอื่น
  • ใบหน้าไม่สมมาตร ต้องวิเคราะห์จากภาพหลายมุมและ CT Scan ไม่ควรเลือกจากทรงสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว

ที่ ONE Surgery แพทย์จะใช้ภาพถ่ายหลายมุม 3D Design และข้อมูลโครงสร้างกระดูกประกอบการออกแบบ เพื่อให้ทรงคางตอบโจทย์ใบหน้าจริงมากกว่าการเลือกตามเทรนด์เพียงอย่างเดียว

เทคโนโลยีซิลิโคนเฉพาะบุคคล

ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing Made in Korea

ซิลิโคนเสริมคาง 3D Printing นำเข้าจากเกาหลี

ซิลิโคนสั่งผลิตเฉพาะบุคคลจากเกาหลี ขึ้นรูปใหม่เคสต่อเคสเพื่อลดปัญหาที่ลูกค้าหลายท่านกังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นคางยื่นดูผิดธรรมชาติ คางเป็นก้อน ซิลิโคนเบี้ยว ลอย

ออกแบบจากโครงสร้างกระดูกจริง

ข้อมูลจาก CT Scan ช่วยให้เห็นลักษณะฐานกระดูก ส่วนเว้าโค้ง และความไม่สมมาตร เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบพื้นผิวด้านใต้ของซิลิโคน

กำหนดขนาดและรูปทรงได้ละเอียด

แพทย์สามารถวางแผนความยาว ความกว้าง ความพุ่ง รวมถึงความหนาของซิลิโคนในแต่ละตำแหน่งให้สัมพันธ์กับใบหน้า

ลดช่องว่างระหว่างฐานซิลิโคนกับกระดูก

การออกแบบให้สอดคล้องกับฐานกระดูกอาจช่วยให้ซิลิโคนวางได้แนบกับโครงสร้างมากขึ้น และลดช่องว่างที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของตำแหน่ง 

ออกแบบขอบให้ต่อเนื่องกับแนวกราม

สามารถปรับความหนาบางและความลาดของขอบซิลิโคน เพื่อลดความชัดของรอยต่อและช่วยให้แนวคางต่อเนื่องกับกรอบหน้ามากขึ้น

เห็นภาพจำลองก่อนผ่าตัด

ผู้รับบริการสามารถร่วมพูดคุยกับแพทย์จากภาพจำลอง เพื่อทำความเข้าใจทิศทางของผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ ภาพจำลองเป็นเครื่องมือประกอบการวางแผน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์จริงที่ใกล้เคียงมากที่สุด

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

เปิดประสบการณ์ใหม่ของการเสริมคาง
ผลลัพธ์ตรงเรฟ แนบเนียน

ซิลิโคนแต่ละประเภทมีวิธีการออกแบบและการวางให้เข้ากับโครงสร้างคางที่แตกต่างกัน ตารางต่อไปนี้เปรียบเทียบสิ่งที่มักพบจากซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไป กับผลลัพธ์ที่ได้จากซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing

สิ่งที่มักเจอใน
“ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไป”
ผลลัพธ์ที่ได้จาก
ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING
คางดูเป็นก้อน/สัมผัสเจอขอบ
เนื่องจากซิลิโคนถูกผลิตมาเป็นล็อต แพทย์ต้องมาเหลามือเองในห้องผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้ไม่แนบสนิทกับกระดูกจริง ทำให้เป็นขอบและมีคางที่แยกออกจากใบหน้าอย่างชัดเจน เวลาขยับหรือยิ้ม
เสี่ยงเบี้ยวเอียง
เมื่อฐานซิลิโคนไม่พอดีกับส่วนเว้าโค้งของกระดูกเดิม จะทำให้เกิดช่องว่าง (Gap) หลังทำไปจึงมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนที่ เลื่อน เบี้ยวเอียง หรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ควรจะเป็น
คางแม่มด
การใส่ซิลิโคนที่ไม่ได้สัดส่วนเข้าไป จะทำให้คางพุ่งแหลมเกินความจำเป็น จะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูผิดธรรมชาติ
เนียน ไร้รอยต่อ เหมือนคางจริง
ซิลิโคนจะผลิตขึ้นจากข้อมูลโครงสร้างกระดูกคางของคุณเองโดยเฉพาะ รอยต่อระหว่างซิลิโคนกับใบหน้าจึงดูเรียบเนียน เข้ากับใบหน้าเดิมอย่างพอดี
ล็อกกับโครงสร้าง ไม่เสี่ยงเคลื่อน
ด้วยการออกแบบเพื่อให้เข้ากับฐานกระดูกคางเดิมแบบมิลลิเมตรต่อมิลลิเมตร ตัวซิลิโคนจะแนบสนิทและล็อกเข้ามุมพอดีกับโครงหน้า ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการวางตำแหน่งซิลิโคน และลดโอกาสการเคลื่อนที่
สัดส่วนพอดี รับกับทุกมุม ไม่โอเวอร์
สามารถกำหนดความยาว ความกว้าง และความพุ่งของซิลิโคนได้ และช่วยให้ทรงคางรับกับจมูกได้อย่างพอดี ช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้น ไม่ว่าจะมองมุมตรงหรือมุมข้าง

จะเห็นว่า ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing ช่วยให้สามารถออกแบบรูปทรงและฐานซิลิโคนให้เหมาะกับโครงสร้างคางของแต่ละคนได้ละเอียดมากขึ้น ทั้งด้านความยาว ความกว้าง และความพุ่ง เพื่อให้ทรงคางรับกับใบหน้าได้อย่างพอดีและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

เปลี่ยนจาก “ฟิลเลอร์คาง” เป็น “เสริมคางซิลิโคน 3D”

เจ็บแต่จบในครั้งเดียว

สำหรับใครที่มีปัญหาคางสั้น คางถอย หรือคางตัด “การฉีดฟิลเลอร์คาง” มักจะเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเพราะไม่ต้องผ่าตัด และเห็นผลทันที แต่รู้ไหมว่า… หลายคนมักจะพบปัญหากวนใจตามมาในระยะยาว

เปิดประสบการณ์ใหม่ ของการเสริมคาง

02 — Results

ข้อจำกัดของการเติมฟิลเลอร์คางในระยะยาว

แม้โปรแกรมฟิลเลอร์คางจะเป็นทางเลือกที่ช่วยปรับรูปทรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์มีระยะเวลาจำกัดและอาจต้องเติมซ้ำตามการสลายตัวของสารเติมเต็ม นอกจากนี้ หากเลือกผลิตภัณฑ์หรือปริมาณที่ไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลต่อรูปทรงคางในระยะยาวได้

ฟิลเลอร์สลายตัวเร็ว
อยู่ได้ไม่นาน

ต้องคอยไปเติมบ่อยๆ ทุก ๆ 6-12 เดือน
เสียทั้งเงินและเวลาไม่จบสิ้น

คางดูย้อยหรือย้วย
ไม่ได้รูปทรง

เมื่อฉีดไปนาน ๆ หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไป ฟิลเลอร์อาจจะไหล ย้อย หรือทำให้รูปคางดูไม่เป็นธรรมชาติ

เสี่ยงฟิลเลอร์ปลอม
หรือเป็นก้อน

หากเจอตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการอักเสบ พังผืดเกาะ หรือคางบิดเบี้ยวได้

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

หยุดวงจรเติมฟิลเลอร์ซ้ำ ๆ
กับอีกหนึ่งทางเลือกในการปรับโครงสร้างคางระยะยาว

หากคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ การเปลี่ยนมาเสริมคางด้วยซิลิโคนคือคำตอบที่ตอบโจทย์กว่าในระยะยาว ได้รูปคางที่อยู่ได้ในระยะยาว (Long-lasting) ไม่ต้องกังวลเรื่องฟิลเลอร์ไหลหรือเปลี่ยนรูปทรง

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

DESIGN FOR YOUR PERFECT FIT

ศัลยกรรมเสริมคางซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING
TRANSFORMATION SEQUENCE

ศัลยกรรมเสริมคางเฉพาะบุคคล

CUSTOMIZED FOR YOU

ออกแบบเฉพาะคุณคนเดียวเท่านั้น

ซิลิโคนเสริมคาง 3D Printing

3D PRINTING TECHNOLOGY

ขึ้นรูปซิลิโคนใหม่เคสต่อเคส

การผ่าตัดเสริมคาง ให้ผลลัพธ์ระยะยาว

NATURAL & LONG LASTING

ได้ผลลัพธ์ที่แนบเนียน คงอยู่ระยะยาว

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

เสริมคางซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing
ที่ ONE Surgery

ถ้าพูดถึงการเสริมคางด้วยซิลิโคน หลายคนอาจจะกลัวเรื่องคางลอย คางเป็นขอบ หรือซิลิโคนเบี้ยวเอียง แต่ที่ ONE Surgery เราทลายทุกข้อจำกัดนั้น ด้วยบริการ “เสริมคางซิลิโคนเฉพาะบุคคล” (Customized 3D Printing) ที่ออกแบบมาเพื่อคุณคนเดียวเท่านั้น !

ฉีดฟิลเลอร์คาง
ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไป
ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING
ต้องเติมบ่อย ๆ อยู่ได้ไม่นาน
อาจไม่แนบสนิทกับโครงสร้างกระดูก
มีโอกาสคางเบี้ยว ซิลิโคนลอย
ผลิตมาเคสต่อเคส
ทำให้แนบสนิทกับโครงสร้างกระดูกเดิมของแต่ละคน
เสี่ยงคางไหล ย้อย เป็นก้อน ผิดรูป
แพทย์ต้องเหลามือเองในห้องผ่าตัด
ออกแบบและขึ้นรูปตามที่ออกแบบไว้
แพทย์ไม่ต้องมานั่งเหลา
ค่าใช้จ่ายบานปลายในระยะยาว
ทรงคางอาจไม่เข้ากับใบหน้าทั้งหมด
ได้ทรงคางที่พอดี เข้ากับรูปหน้า
เหมือนที่ออกแบบไว้ตอนทำ 3D Design
ศัลยกรรมเสริมคาง 3D Design เห็นผลลัพธ์ก่อนทำ

3D Design เห็นผลลัพธ์ก่อนผ่าตัดจริง

ผู้เข้ารับบริการจะได้เห็นภาพจำลองใบหน้าตัวเองและทรงคางที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า ทำให้คุณและแพทย์สามารถดีไซน์รูปทรงได้จนกว่าจะพอใจ

CT SCAN วิเคราะห์ลึกถึงชั้นกระดูก

เราไม่ได้เดาสุ่ม แต่ใช้การสแกนโครงสร้างใบหน้าแบบ 3 มิติ เพื่อดูฐานกระดูกคางเดิมของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการผ่าตัด และนำไปขึ้นรูปซิลิโคนเฉพาะบุคคล

หล่อซิลิโคนเฉพาะบุคคล 1:1

ซิลิโคนจะถูกขึ้นรูปด้วย 3D Printing ให้แนบสนิทเป๊ะกับฐานกระดูกเดิม ลดโอกาสการขยับ เบี้ยว หรือลอย และได้ทรงคางตามที่ออกแบบไว้

ธรรมชาติ เรียบเนียน ไร้รอยต่อ

หมดปัญหาคางยื่นดูผิดธรรมชาติ หรือคางยาวเกินความจำเป็น เพราะสัดส่วนจะผ่านการคำนวณให้เข้ากับหน้าผาก จมูก และรูปหน้าโดยรวมของคุณอย่างลงตัว

3 Step สู่อนาคตของการเสริมจมูกที่ ONE

หน้าดูเรียวขึ้น คางไม่แม่มด ไม่เสี่ยงเบี้ยวเอียง

การเสริมคางที่ได้สัดส่วนควรเริ่มจากการวางแผนทั้งรูปทรงภายนอกและโครงสร้างกระดูกภายในอย่างละเอียด ที่ ONE Surgery จึงผสาน 3D Design, CT Scan Analysis และ 3D Printing เพื่อออกแบบซิลิโคนเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละเคสตั้งแต่ก่อนผ่าตัด

3D DESIGN

เห็นทรงคางก่อนผ่าตัด

ถ่ายภาพจำลอง 3D พร้อมร่วมออกแบบทรงคางที่ต้องการกับแพทย์ ปรับทรงจนกว่าคุณจะพอใจ อยากได้รูปทรงแบบไหน ออกแบบได้เลยกับมือ

CT Scan Analysis

เจาะลึกโครงสร้างภายใน

แสกนชั้นกระดูกใบหน้า เพื่อดูรูปทรงของกระดูกคางจริง ว่าภายในมีปัญหาอะไรหรือไม่ ก่อนสั่งผลิตซิลิโคนเฉพาะบุคคลที่จะลงล็อกกับโครงสร้าง

3D PRINTING

ขึ้นรูปซิลิโคนเฉพาะบุคคล

นำทรงที่ออกแบบไว้ผนวกเข้ากับผลการแสกนโครงสร้างกระดูก ไปพิมพ์เพื่อหล่อให้ได้ซิลิโคน “Zero Gap” แนบสนิทกับฐานคางเดิม และได้รูปทรงตามที่ออกแบบไว้

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

“...เพราะกระดูกใบหน้าของคนเรา ไม่ได้เรียบ ตรง โค้งเหมือนกันทุกคน การใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปจึงอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด...“

มาร่วมสัมผัสผลลัพธ์ที่ออกแบบมาสำหรับคุณคนเดียว เพื่อคางใหม่ที่สวยละมุนและดูแลให้ปลอดภัยในระยะยาว

การเสริมคางเหมาะกับใคร

การผ่าตัดเสริมคางช่วยแก้ปัญหาแบบใด ?

โครงสร้างใบหน้าที่สมส่วน เริ่มต้นที่อัตราส่วนของ “คาง” ที่รับกับจมูกและหน้าผาก (Golden Ratio) แต่โครงสร้างใบหน้าของคนไทยและคนเอเชียส่วนใหญ่มักพบปัญหาบริเวณคางค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น

  • คางสั้น คางถอย หรือคางตัดค่อนข้างชัด
  • ต้องการเพิ่มความยาวหรือความพุ่งของคางในระยะยาว
  • ต้องการออกแบบรูปทรงตามโครงสร้างกระดูก
  • เคยทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หลายครั้งและต้องการประเมินทางเลือกอื่น

หากคุณส่องกระจกแล้วพบว่าตัวเองมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ “การเสริมคาง” คือคำตอบที่จะช่วยเปลี่ยนรูปหน้าของคุณให้ดูดีขึ้นได้อย่างชัดเจน

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเฉพาะบุคคล
3D Printing เหมาะกับใครบ้าง ?

แม้ว่าการเสริมคางทั่วไปจะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย คางบุ๋ม ได้ แต่โครงสร้างกระดูกคางของมนุษย์เราไม่ได้เรียบเนียนหรือเท่ากันทั้งสองฝั่ง (Asymmetry) การเสริมคางด้วยซิลิโคนเฉพาะบุคคล (Customised Silicone) จึงออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาซิลิโคนไม่ลงล็อกกับโครงสร้างและตัดจบปัญหาเสริมคางแล้วยาวเกิน

คนที่ต้องการแก้คางจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

กลุ่มนี้มักมีปัญหาเนื้อเยื่อภายในเกิดพังผืด หรือฐานกระดูกเดิมอาจถูกกดทับจนยุบตัวลงไป การใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไปจะไม่สามารถวางได้แนบสนิท จึงจำเป็นต้องใช้ซิลิโคน 3D Printing
ที่หล่อขึ้นมาเพื่อชดเชยส่วนที่เว้าแหว่งโดยเฉพาะ

คนที่กลัวปัญหาคางเป็นขอบ คางลอย หรือเห็นรอยต่อ

สำหรับคนผิวบาง หรือคนที่ไม่ต้องการให้ใครดูออกว่าทำศัลยกรรมมา ซิลิโคนเฉพาะบุคคลจะออกแบบให้ขอบของซิลิโคนบางเฉียบและเรียบเนียนกลืนไปกับกระดูกเดิมอย่างไร้รอยต่อ
ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติเหมือนเป็นกระดูกของคุณเอง

คนที่มีโครงสร้างกระดูกคางไม่เท่ากัน หรือหน้าเบี้ยว

หากคุณมีฐานกระดูกคางเดิมที่เอียง สูงต่ำไม่เท่ากัน หรือปูดนูนบางจุด การใส่ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไปจะทำให้คางยิ่งดูเบี้ยวชัดเจน แต่ซิลิโคน 3D Printing จะออกแบบให้ฐานซิลิโคนมีความหนาบาง แตกต่างกันตามรอยของกระดูก เพื่อปรับให้คางภายนอกดูตรงและสมมาตรที่สุด

คนที่ไม่ชอบการ “ลุ้น” ผลลัพธ์หน้างาน

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำสูง อยากเห็นและร่วมดีไซน์ทรงคางกับคุณหมอก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดจริง เพื่อความสบายใจและได้ทรงที่ตรงใจ

ผ่าตัดเสริมคางให้ได้สัดส่วนตาม Golden Ratio

คางที่สวยละมุน ต้องยาวเท่าไหร่? ให้ได้สัดส่วนตาม Golden Ratio

เวลาที่เราเห็นดารา นักแสดง หรือไอดอลที่มีใบหน้าเรียวสวย ดูละมุนและน่ามองในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขามีคางที่ยาวเท่านั้นนะ แต่เป็นเพราะใบหน้าของพวกเขาได้รับการจัดวางใน “สัดส่วนทองคำ” (Golden Ratio) หรือสัดส่วนที่สมดุลที่สุดตามหลักสรีรศาสตร์ และศิลปะ ซึ่งในวงการแพทย์ศัลยกรรมความงามเราจะแบ่งสัดส่วนใบหน้าตามแนวตั้งออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ดังนี้

Upper Face
(ส่วนบน)

ตั้งแต่ไรผมลงมาจนถึงหัวคิ้ว

Mid Face
(ส่วนกลาง)

ตั้งแต่หัวคิ้วลงมาจนถึงปลายจมูก

Lower Face
(ส่วนล่าง)

ตั้งแต่ปลายจมูกลงมาจนถึงปลายคาง

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

เสริมคางแผลนอก vs แผลใน
เทคนิคไหนใช่สำหรับคุณ ?

เมื่อตัดสินใจจะผ่าตัดเสริมคางแล้ว อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ ควรเลือกผ่าตัดแบบแผลนอกหรือแผลในดี เพราะทั้งสองเทคนิคมีวิธีการผ่าตัดและข้อดีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ONE Surgery ได้สรุปข้อเปรียบเทียบมาให้เช็กกันแบบชัด ๆ

เสริมคางแผลนอก
เสริมคางแผลใน
สามารถเห็นเป็นขีดเล็ก ๆ บริเวณใต้คางได้
การซ่อนแผล
มองไม่เห็นแผล เพราะอยู่ในบริเวณช่องปาก
ดูแลง่าย เหมือนแผลทั่วไป
การดูแลรักษาแผล
ต้องระวังเรื่องความสะอาดหลังรับประทานอาหาร และควรบ้วนปากบ่อย ๆ
โอกาสติดเชื้อต่ำกว่า
โอกาสติดเชื้อ
มีโอกาสติดเชื้อหากดูแลความสะอาดช่องปากไม่ดี
เสริมคางแผลนอก (Submental Approach)

เสริมคางแผลนอก
(Submental Approach)

เป็นการผ่าตัดเสริมคางโดยเปิดแผลบริเวณใต้คางภายนอก (ความยาวแผลประมาณ 1.52 เซนติเมตร) เพื่อเข้าไปวางซิลิโคน

  • ข้อดี : คนไข้ดูแลแผลได้ง่ายมาก รับประทานอาหารได้ตามปกติทันทีหลังทำ เพราะแผลไม่ได้อยู่ในช่องปาก โอกาสติดเชื้อต่ำ และแพทย์สามารถจัดวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย
  • ข้อจำกัด : จะมีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ อยู่ที่ใต้คาง ซึ่งในช่วงแรกจะเห็นเป็นเส้นขีด
เสริมคางแผลใน (Intraoral Approach)

เสริมคางแผลใน
(Intraoral Approach)

เป็นการผ่าตัดเสริมคางโดยเปิดแผลจากด้านในช่องปาก บริเวณซอกเหงือกตรงริมฝีปากล่าง (ความยาวแผลประมาณ 1.52 เซนติเมตร) เพื่อวางซิลิโคนลงไปที่ชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูกคาง

  • ข้อดี : ซ่อนรอยแผลเป็นได้ 100% เพราะแผลจะอยู่ด้านในช่องปากทั้งหมด หมดกังวลเรื่องรอยแผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) ใต้คาง ถ่ายรูปมุมเสยได้มั่นใจเต็มร้อย
  • ข้อจำกัด : ต้องดูแลความสะอาดในช่องปากเป็นพิเศษหลังทำ เพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารตกค้างจนเกิดการติดเชื้อ และช่วงแรกอาจจะรับประทานอาหารลำบากเล็กน้อย

วัสดุเกรดการแพทย์ที่ ONE Surgery เลือกใช้

ในการศัลยกรรมเสริมคาง วัสดุหลักที่แพทย์ทั่วโลกยอมรับและนิยมใช้มากที่สุดคือ ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) เพราะมีความปลอดภัยสูง ร่างกายไม่ต่อต้าน และอยู่ได้ยาวนานถาวร แต่รู้ไหมว่าในปัจจุบันรูปแบบของซิลิโคนได้รับการพัฒนาไปไกลมาก โดยเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามกระบวนการขึ้นรูป

1. ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไป

เป็นซิลิโคนคอมเพรสชันที่ผลิตมาจากโรงงานให้มีรูปทรง ขนาด (S, M, L, XL) และความโค้งที่เป็นมาตรฐานตายตัว (Standard Shape) โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ทรง คือ

  • ซิลิโคนขาสั้น : เน้นเติมเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวหรือยื่นออกมาด้านหน้า เหมาะกับคนที่มีฐานคางเดิมดีอยู่แล้วและต้องการปรับมิติเล็กน้อย แต่หากใช้ขนาดที่ใหญ่เกินไป อาจเสี่ยงต่อการเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน
  • ซิลิโคนขายาว : จะมีส่วนขาที่ยาวแผ่ออกไปด้านข้างเพื่อโอบรับกับแนวกราม ช่วยให้รอยต่อระหว่างคางและกรอบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างกระดูกคางของมนุษย์เราไม่ได้เรียบเนียนหรือสมมาตรเท่ากันทุกคน เมื่อนำซิลิโคนสำเร็จรูปมาใช้ แพทย์จึงต้องนำมา “นั่งเหลาด้วยมือ” ในห้องผ่าตัด เพื่อปรับแต่งให้เข้ากับหน้าคนไข้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นการคาดคะเนด้วยสายตา และหากเหลาได้ไม่พอดีกับส่วนเว้าโค้งของกระดูก ก็อาจทำให้เกิดปัญหาคางลอย คางเบี้ยว หรือเห็นขอบเป็นแท่งตามมาในภายหลังได้

2. ซิลิโคนเฉพาะบุคคล (Customised 3D Printing Silicone)

นี่คือซิลิโคนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ONE Surgery โดยเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการใช้ซิลิโคนขนาดมาตรฐาน มาเป็นการ “หล่อซิลิโคนขึ้นมาใหม่เพื่อคุณคนเดียวในโลก” โดยใช้เทคโนโลยี 3D Printing ร่วมกับภาพสแกนโครงสร้างกระดูก (CT Scan) ของคนไข้แบบ 1:1

ทำไมซิลิโคนเฉพาะบุคคลถึงตอบโจทย์ ?

  • ฐานเนื้อวัสดุแนบสนิทไร้รอยต่อ (Perfect Fit Base) ด้านใต้ของชิ้นซิลิโคนจะออกแบบให้มีส่วนโค้ง ส่วนเว้า และรอยหยักที่ถอดแบบมาจากฐานกระดูกคางเดิมของคุณอย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร วัสดุจึงวางล็อกเข้ากับกระดูกได้อย่างสนิทเป๊ะ (Zero Gap) ลดโอกาสการขยับ เบี้ยว หรือเอียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคนิคขอบบางพิเศษ (Ultra-Thin Tapered Edge) ซิลิโคนเฉพาะบุคคลสามารถกำหนดความหนา-บางได้อย่างอิสระ บริเวณขอบของวัสดุจะถูกดีไซน์ให้บางเฉียบและลาดเอียงไปกับแนวกรามอย่างแนบเนียน หลังทำจึงสัมผัสไม่ได้ถึงรอยต่อ ไม่เห็นเป็นขอบลอย แม้คนผิวบางก็ทำได้
  • ความยืดหยุ่นที่เลียนแบบธรรมชาติ (Optimal Flexibility) ตัวเนื้อซิลิโคนมีความนิ่มในระดับที่พอดี ไม่แข็งทื่อ เมื่อคุณยิ้ม พูด หรือแสดงสีหน้า ซิลิโคนจะขยับเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อและกระดูกของคุณเอง
  • ลงทุนครั้งเดียว เพื่อผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและความปลอดภัยในระยะยาว การเลือกวัสดุซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing ที่ ONE Surgery ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณได้สัดส่วนใบหน้าที่สวยงามตามหลัก Golden Ratio เท่านั้น แต่ยังเป็นการเลือกวัสดุที่ “พอดี” กับร่างกายของคุณ เพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัดแก้ไขในอนาคต

เสริมคางราคาเท่าไร ? เผยปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา

สำหรับการผ่าตัดเสริมคาง ราคาจะแตกต่างกันตามรูปแบบการรักษา วัสดุที่เลือก ความซับซ้อน และบริการที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ จึงไม่ควรพิจารณาจากราคาซิลิโคนหรือค่าผ่าตัดเพียงรายการเดียว

ONE Surgery แนะนำให้เข้ารับการประเมินก่อนสรุปราคา เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบโครงสร้างเดิมและวางแผนได้ตรงกับปัญหาจริง โดยปัจจัยที่มีผลต่อราคาประกอบด้วย

  • เทคนิคผ่าตัดแบบแผลใน หรือแผลนอก
  • ซิลิโคนสำเร็จรูป หรือซิลิโคนเฉพาะบุคคล
  • ค่า 3D Design และ CT Scan
  • กระบวนการออกแบบและผลิตซิลิโคนจากประเทศเกาหลี
  • เคสใหม่หรือเคสแก้
  • การนำซิลิโคนเดิมหรือสารเติมเต็มเดิมออก
  • ความซับซ้อนของโครงสร้างกระดูกและพังผืด
  • ประเภทการระงับความรู้สึก
  • การตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด
  • ยา อุปกรณ์พยุงคาง และโปรแกรมดูแลหลังผ่าตัด

เปรียบเทียบราคาเสริมคาง ควรดูอะไรเพิ่มเติม ?

ราคาที่ต่ำกว่าอาจไม่ได้รวมบริการทุกขั้นตอน ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบว่าราคาครอบคลุมรายการต่อไปนี้หรือไม่

  • ค่าปรึกษาและออกแบบกับแพทย์
  • ค่าสแกนและตรวจร่างกาย
  • ค่าวัสดุและเอกสารรับรอง
  • ค่าห้องผ่าตัดและบุคลากรทางการแพทย์
  • ค่ายาและอุปกรณ์หลังผ่าตัด
  • การติดตามผลและทำแผล
  • เงื่อนไขการดูแลหากเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับเคสแก้

หมายเหตุ : ราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตรวจและแผนการรักษาของแพทย์

Results

ผลลัพธ์ที่พูด
แทนทุกคำอธิบาย

ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing

รีวิวก่อนและหลังเสริมคางด้วยซิลิโคน 3D Printing ที่ ONE Surgery & Aesthetics
ผลลัพธ์โปรแกรมเสริมคางเฉพาะบุคคล 3D Printing เปรียบเทียบมุมด้านข้างก่อนและหลังทำ
รีวิวศัลยกรรมเสริมคาง 3D Printing ช่วยปรับคางถอยและสัดส่วนใบหน้าด้านข้าง

Our Surgeons

ศัลยแพทย์เฉพาะทาง
ด้านศัลยกรรมตกแต่ง (เสริมคาง)

ทีมแพทย์ ONE Surgery ผ่านการฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะทางระดับสากล มีความชำนาญการด้านสรีระใบหน้า และเข้าใจรสนิยมการออกแบบสำหรับชาวเอเชียเป็นอย่างดี

นพ.ภาณุทัศน์ ปิยะนันทสมดี
(หมอโบ๊ทตี้)

Facial plastic surgeon / ENT

License No.52790

พญ.วีรญา ตันตินิกร
(หมอมุก)

Facial plastic surgeon / ENT

License No.58510

พญ.อติพร กิตติพัฒนะ
(หมอแอ้)

Facial plastic surgeon / ENT

License No.60357

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ดูแลอย่างใส่ใจในทุกก้าวของการผ่าตัด

เพื่อการฟื้นตัวที่ดีมากยิ่งขึ้น

เพราะความดูดีไม่ได้จบลงแค่ออกจากห้องผ่าตัด ที่ ONE Surgery & Aesthetics เราให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์หลังทำและความสบายของคนไข้” เราจึงมอบบริการโปรแกรม ONE Aftercare เพื่อลดความบวมช้ำและให้ทุกท่านกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ

ผู้รับบริการเข้ารับโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายด้วยวิตามินเพื่อดูแลผิวหลังศัลยกรรมดึงหน้า

โปรแกรมดริปวิตามินเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย สูตรลดบวมช้ำ

Anti-Inflammatory & Recovery Booster ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เร่งการขับของเสียหรือน้ำส่วนเกินที่ยังคงค้างอยู่ใต้ผิว ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไวขึ้นกว่าการรับประทานยาเพียงอย่างเดียว

โปรแกรมฉายแสงบำบัดผิวช่วยดูแลอาการบวมช้ำหลังการผ่าตัดดึงหน้า

ฉายแสงลดบวม ความเขียวช้ำ

(LED Light Therapy): กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวให้ซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น ทำให้แผลสมานตัว และลดอาการบวมตึงบริเวณแผลหลังผ่าตัด

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล

ที่คุณวางใจได้

ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด ONE Surgery ลงทุนกับห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ระดับโรงพยาบาลเฉพาะทาง

ห้องผ่าตัดระบบ Positive Pressure · มาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom

ห้องผ่าตัดมาตรฐาน Positive Pressure ปลอดเชื้อสำหรับการทำศัลยกรรมดึงหน้า

Positive Pressure Clean Room

ระบบควบคุมอากาศมาตรฐาน ISO เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและรักษาสภาวะแวดล้อมที่สะอาดที่สุดในระหว่างผ่าตัด

วิสัญญีแพทย์และระบบมอนิเตอร์ดูแลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ตลอดการผ่าตัดดึงหน้า

Real-time Patient Monitoring

ระบบติดตามสัญญาณชีพแบบ Real-time ตลอดการผ่าตัดควบคุมโดยวิสัญญีแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

อุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานสำหรับการศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก

Sterile Instrument Protocol

อุปกรณ์ผ่าตัดผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อระดับ Hospital-grade ทุกชิ้น ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น

ห้องผ่าตัดมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพครบครันเพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดดึงหน้า

Emergency Readiness

ห้องผ่าตัดพร้อมด้วยอุปกรณ์กู้ชีพครบครันและทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกรับมือ
เหตุการณ์ฉุกเฉิน

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ขั้นตอนการเสริมคางด้วย
3D Precision System

ดีไซน์ออกมาให้เป็นภาพ Customer Journey ที่เข้าใจง่าย ทีละสเตป จากการนัดปรึกษาครั้งแรก จนถึงวันที่คุณได้คางใหม่ที่ตรงแบบ ทุกขั้นตอนออกแบบมาเพื่อให้คุณมั่นใจในทุกจุด

STEP 1

ปรึกษาและประเมินรูปหน้า

แพทย์สอบถามปัญหา ความต้องการ ประวัติสุขภาพ และประวัติการฉีดหรือผ่าตัดเดิม พร้อมวิเคราะห์ใบหน้าจากมุมตรง มุมเฉียง และด้านข้าง

Step 2 วิเคราะห์โครงสร้างก่อนศัลยกรรมจมูก ด้วยการทำ CT Scan ของแต่ละเคส

STEP 2

CT Scan วิเคราะห์โครงสร้างกระดูก

สแกนกระดูกขากรรไกรและคาง เพื่อดูฐานกระดูก ความไม่สมมาตร และตำแหน่งทางกายวิภาคที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน

Step 3 ส่งแบบ Vectra + CT Scan ไปผลิตซิลิโคน 3D Printing เพื่อนำมาศัลยกรรมจมูก

STEP 3

ผลิตซิลิโคนเฉพาะบุคคล

ส่งแบบ CT Scan ไปผลิตซิลิโคน 3D Printing ที่โรงงานคู่ค้าในประเทศเกาหลี

Step 4 ขั้นตอนรอซิลิโคนสั่งทำส่งจากประเทศเกาหลี เพื่อใช้ในการศัลยกรรมจมูก

STEP 4

วางแผนเทคนิคผ่าตัดเสริมคาง

แพทย์พิจารณาตำแหน่งแผล ชั้นวางซิลิโคน และวิธีการยึดตามลักษณะของเคส พร้อมอธิบายประโยชน์ ความเสี่ยง และการพักฟื้นก่อนผ่าตัด

Step 5 นัดหมายวันที่และเวลา ลงคิวการทำศัลยกรรมจมูกที่ ONE Surgery

STEP 5

ผ่าตัดตามแผนเฉพาะบุคคล

ดำเนินการโดยศัลยแพทย์ในห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล ที่จัดเตรียมระบบและอุปกรณ์สำหรับติดตามความปลอดภัยระหว่างการผ่าตัด

Step 6 หลังศัลยกรรมจมูก เรามีบริการดูแลหลังผ่าตัด ONE Aftercare Programme

STEP 6

ONE Aftercare Program

ดูแลหลังเสริมคางอย่างต่อเนื่อง ทั้งทำแผล ติดตามอาการบวมช้ำ ประเมินตำแหน่งซิลิโคน และแนะนำการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้คุณมั่นใจขึ้นในทุกช่วงของการฟื้นตัว

เสริมคางที่ไหนดี ทรงสวย เข้ากับหน้า ?
รวมเช็กลิสต์เลือกคลินิกเสริมคาง

การเลือกคลินิกเสริมคาง ควรพิจารณาทั้งแพทย์ วัสดุ ระบบและกระบวนการผ่าตัด และการติดตามผล ไม่ควรตัดสินใจจากโปรโมชันหรือภาพรีวิวเพียงอย่างเดียว

ตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาล

คลินิกควรจดทะเบียนถูกต้อง มีชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาต และช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้

ตรวจสอบแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

ควรมีชื่อ นามสกุล เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ และข้อมูลสาขาหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องแสดงไว้อย่างชัดเจน

มีการประเมินโครงสร้างก่อนออกแบบ

การดูรูปหน้าจากด้านหน้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรประเมินทั้งมุมตรง ด้านข้าง ความสัมพันธ์กับจมูก ริมฝีปาก กราม และในกรณีที่จำเป็นอาจใช้ภาพถ่าย 3D หรือ CT Scan ประกอบ

ระบุวัสดุและแหล่งผลิตได้

ควรสอบถามชนิดวัสดุ แหล่งผลิต เอกสารที่เกี่ยวข้อง และเหตุผลที่แพทย์เลือกใช้กับเคสนั้น

อธิบายความเสี่ยงและข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา

คลินิกเสริมคางที่น่าเชื่อถือควรอธิบายทั้งผลลัพธ์ที่คาดหวัง ระยะพักฟื้น ความเสี่ยง และโอกาสที่อาจต้องแก้ไข โดยไม่รับประกันว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน

มีรีวิวหลายมุมและระบุระยะเวลาหลังทำ

ควรดูทั้งมุมตรง มุมเฉียง และด้านข้าง พร้อมพิจารณาว่าเป็นภาพช่วงบวม ระยะกลาง หรือผลลัพธ์หลังเข้าที่แล้ว

มีระบบติดตามหลังผ่าตัด

ตรวจสอบว่ามีการนัดทำแผล ตัดไหม ประเมินอาการบวม และช่องทางติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติหรือไม่

ศัลยกรรมเสริมคาง

โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

Step 1 ปรึกษาการศัลยกรรมจมูกที่ ONE Surgery มีห้องพักฟื้นพรีเมียมหลังผ่าตัด

ห้องพักพื้นแบบพรีเมียม

ศัลยกรรมจมูกที่ ONE Surgery อุ่นใจด้วยห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล ISO Class 7 Cleanroom

ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล

ผ่าตัดทำจมูกแบบ Open บริการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ในทุกเคส

ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์

10 — Q & A

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ
การผ่าตัดเสริมคาง (FAQs)

Q : หลังผ่าตัดเสริมคางต้องพักฟื้นกี่วัน ?

A : อาการบวมมักเห็นชัดในช่วงแรกและค่อย ๆ ลดลงตามการฟื้นตัว หลายคนสามารถกลับไปทำงานที่ไม่ใช้แรงมากได้เมื่ออาการบวมและความไม่สบายลดลง แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับเทคนิคผ่าตัด การตอบสนองของร่างกาย และลักษณะงาน แพทย์จะประเมินและแจ้งไทม์ไลน์ที่เหมาะสำหรับแต่ละเคส

A : ทรงคางจะเปลี่ยนไปตามการยุบของอาการบวมและการปรับตัวของเนื้อเยื่อ ช่วงแรกจึงอาจยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย โดยทั่วไปต้องติดตามผลต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนตามคำแนะนำของแพทย์

A : แพทย์อาจแนะนำให้ประคบเย็นในช่วงแรกเพื่อลดอาการบวม แล้วปรับวิธีดูแลตามระยะการฟื้นตัว ไม่ควรกำหนดเวลาและความถี่ด้วยตัวเอง เพราะต้องพิจารณาจากตำแหน่งแผลและอาการของแต่ละคน

A : อาจมีอาการชา ตึง หรือความรู้สึกเปลี่ยนไปบริเวณคางและริมฝีปากล่างในช่วงพักฟื้น หากอาการรุนแรงขึ้น ไม่ดีขึ้นตามลำดับ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรติดต่อแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม

A : ซิลิโคนทั่วไปมีขนาดและรูปทรงมาตรฐาน ส่วนซิลิโคนเฉพาะบุคคลออกแบบจากข้อมูลใบหน้าและโครงสร้างกระดูกของแต่ละเคส จึงสามารถกำหนดฐาน ความกว้าง ความยาว และความพุ่งได้ละเอียดกว่า แต่ผลลัพธ์และความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว

A : ซิลิโคนเสริมคางสามารถอยู่ได้ในระยะยาวและไม่มีตารางที่ทุกคนต้องเปลี่ยนเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม อาจต้องตรวจหรือเปลี่ยนในกรณีเกิดการติดเชื้อ ซิลิโคนเคลื่อน รูปทรงเปลี่ยน ต้องการปรับทรงใหม่ หรือมีภาวะแทรกซ้อน จึงควรติดตามผลตามคำแนะนำของแพทย์

A : สามารถเข้ารับการประเมินได้ แต่ต้องแจ้งชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่ฉีดให้แพทย์ทราบ แพทย์อาจพิจารณาให้สลายฟิลเลอร์ รอให้ยุบตัว หรือตรวจเพิ่มเติมก่อนวางแผนผ่าตัด

A : สามารถทำได้ โดยการออกแบบอาจเน้นความกว้าง ความพุ่ง และความต่อเนื่องกับแนวกรามมากกว่าการทำปลายคางให้เรียวแหลม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและโครงสร้างของแต่ละคน

A : ควรรอให้โครงสร้างใบหน้าเจริญเติบโตในระดับเหมาะสม และต้องผ่านการประเมินสุขภาพ ความพร้อม และความเข้าใจต่อการผ่าตัด สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมายต้องมีการดำเนินการเรื่องความยินยอมตามข้อกำหนดของสถานพยาบาล

A : จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับว่าต้องตรวจ สแกน และออกแบบที่คลินิกก่อนผลิตซิลิโคนหรือไม่ ทีมงานสามารถประเมินเบื้องต้นผ่าน Consultation Online และวางแผนการเดินทาง วันผ่าตัด ระยะพักฟื้น และ Follow-up ให้เหมาะกับแต่ละเคส