ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เสริมบุคลิกภาพ เติมความมั่นใจ ใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ดูดี
เทคโนโลยีซิลิโคนเฉพาะบุคคล
สำหรับการเสริมหน้าอกที่ ONE Surgery &Aesthetics มีการจำลองภาพ 3D Design หน้าอกที่จะอยู่บนเรือนร่างของลูกค้าทุกท่านก่อนผ่าตัดจริง สามารถเลือกได้ทุกชนิดซิลิโคน และขนาด ทำให้คลายกังวลเสริมหน้าอกมาแล้ว เลือกไซส์ผิด รูปทรงไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งทุกท่านจะได้ออกแบบหน้าอกในฝันร่วมกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
ตรงกับที่ต้องการ
ทุกเทคนิคที่ ONE Surgery ใช้แผลขนาดเพียง 2–3 ซม. แทนการเย็บแผลแบบเดิม ช่วยให้ผิวหน้าแผลเรียบเนียน ไม่มีรอยเข็ม ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อ และช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกแผลเล็ก เจ็บน้อย ดูแลแผลง่าย และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไว
ระบบจะสแกนโครงสร้างร่างกายและสรีระปัจจุบันของคุณ แล้วประมวลผลออกมาเป็นภาพ 3 มิติ ทำให้คุณสามารถเห็นภาพหน้าอกตัวเองในอนาคตได้เลยว่า ถ้าใส่ซิลิโคนขนาด 300 CC, 350 CC หรือ 400 CC ออกมาแล้ว รูปร่างของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างไร หมดปัญหาทำมาแล้วไม่ถูกใจจนต้องแก้รอบสอง
คุณสามารถลองปรับเปลี่ยนขนาด รุ่น และแบรนด์ของซิลิโคนในการทำ 3D Design ได้จนกว่าจะพอใจ โดยมีศัลยแพทย์คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ช่วยให้การสื่อสารระหว่างคุณและคุณหมอตรงกัน มั่นใจได้ว่าภาพในฝันกับผลลัพธ์หลังผ่าตัดจริงจะตรงปกแน่นอน
คำว่าหน้าอกสวยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การทำ 3D Design จะช่วยให้ศัลยแพทย์ร่วมวิเคราะห์กับคุณได้แบบมิลลิเมตรต่อมิลลิเมตร ช่วยคำนวณฐานนม ความหนาของชั้นผิว และความกว้างของหน้าอก เพื่อเลือกตำแหน่งการวางซิลิโคน
(เช่น Dual Plane) และรูปทรงที่สมส่วนกับรูปร่างของคุณที่สุด
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
อย่าปล่อยให้ความกลัวทำให้คุณพลาดโอกาสที่จะมีรูปร่างในฝัน
เสริมหน้าอกที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เราเปลี่ยนความกังวลให้เป็นเรื่องง่ายด้วยการออกแบบหน้าอกเฉพาะบุคคล ซิลิโคนมาตรฐานทางการแพทย์ และทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการที่พร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอน
Innovation
ในอดีตศัลยแพทย์ต้องเหลาซิลิโคนด้วยมือในห้องผ่าตัด
ซึ่งส่งผลให้ทรงที่ได้ไม่ตรงตามที่ออกแบบ วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
นิ่มเป็นธรรมชาติ ลดการอักเสบ เนียนสมูท
พื้นผิวซิลิโคน: : BioQ™-Surface (ระดับนาโน ความหยาบ 5 ไมครอน)
ระดับความนิ่ม: ⭐⭐⭐⭐⭐
คุณสมบัติ:
ผิวซิลิโคนระดับนาโน นิ่มพิเศษ สัมผัสเหมือนเนื้อหน้าอกจริง ลดการอักเสบและการเกิด capsular contracture เจล 100% เต็มไม่มีช่องว่าง ลดคลื่นริ้วหลังผ่าตัด
เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการหน้าอกนุ่มเป็นธรรมชาติมากที่สุด ทั้งท่ายืนและนอน
เจลแน่น เนียนสมูท ยืดหยุ่น
พื้นผิวซิลิโคน: : นาโนกำมะหยี่
ระดับความนิ่ม: ⭐⭐⭐
คุณสมบัติ:
เจลแน่น เนียนสมูท มีความนิ่ม ลดการเกิดพังผืด
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีเนินหน้าอกเต็ม ทรงหน้าอกชัด ลดการเกิดปัญหาหน้าอกเป็นบล็อก ไม่เป็นริ้วซิลิโคน
ยืดหยุ่น ทรงสวย ดูอวบอิ่ม
พื้นผิวซิลิโคน: : ผิวเรียบ
ระดับความนิ่ม: ⭐⭐⭐
คุณสมบัติ:
เปลือกซิลิโคนยืดหยุ่น 2 เท่า มีความแข็งแรง มีความคงตัว
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีเนินหน้าอกอยู่แล้วต้องการเพิ่มขนาด เน้นความอวบอิ่ม
ยืดหยุ่น ทรงสวย ดูอวบอิ่ม
พื้นผิวซิลิโคน: : Diffusion Gas Method
ระดับความนิ่ม: ⭐⭐⭐
คุณสมบัติ:
ความละเอียดของผิวเปลือกซิลิโคนมีคุณสมบัติทำให้เนื้อเยื่อแทรกซึมได้ดี ลดการเคลื่อนของซิลิโคน ช่วยลดการเกิดพังผืด
เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการหน้าอกที่อยู่ทรงสวยนาน มีความเป็นธรรมชาติ นุ่มพอดีมือ
02 — Results
ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing
ONE Clinic : Surgery & aesthetics
ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing
(Subglandular Insertion)
ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง
เฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing
(Submuscular Insertion)
ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง
เฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing
( Dual-Plane Insertion )
ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง
เฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing
ONE Clinic : Surgery & aesthetics
ทีมศัลยแพทย์ทุกท่านได้รับการรับรองจากแพทยสภา
License No.52577
เทคโนโลยีซิลิโคนเฉพาะบุคคล
ความกังวลอันดับต้นๆ ของคนที่อยากเสริมหน้าอก นอกจากเรื่องทรงและขนาดแล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่อง “แผลผ่าตัด” เพราะหลายคนกลัวการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ กลัวแผลยาวหนา หรือกลัวว่าเวลาใส่ชุดว่ายน้ำบิกินี่แล้วจะเห็นรอยแผลชัดเจนจนหมดความมั่นใจ
ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เราเข้าใจความต้องการของคุณที่ หลังผ่าตัดเสริมหน้าอกไป อยากมีหน้าอกที่สวยสมบูรณ์แบบโดยไม่มีรอยแผลมาสะดุดตา เราจึงคิดค้นและพัฒนาการตกแต่งแผลด้วยเทคนิค SSA (Scarless Secret Augmentation)ที่ช่วยซ่อนแผลให้เล็ก เรียบเนียน และฟื้นตัวได้ไวมากยิ่งขึ้น
เทคนิค SSA เป็นการตกแต่งแผลการศัลยกรรมเสริมหน้าอก
ที่เน้นความประณีตของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ซึ่งช่วยให้หลังการเสริมหน้าอกไปรอยแผลจะดูเรียบเนียน ไม่สะดุดตา ไม่ว่าจะบิกินี่ตัวโปรดหรือชุดโชว์ส่วนเว้าโค้งแค่ไหน ก็โชว์ความมั่นใจได้อย่างเต็มที่บอกลาเรื่องรอยแผลชัดได้เลย
ด้วยการใช้กรวยทางการแพทย์สำหรับการใส่ซิลิโคนเข้าไปยังบริเวณหน้าอกทำให้แพทย์สามารถเปิดแผลผ่าตัดได้สั้นและเล็กที่สุดเท่าที่จำเป็นลดการบอบช้ำ
ของเนื้อเยื่อรอบข้าง
ระบบควบคุมอากาศมาตรฐาน ISO เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและรักษาสภาวะแวดล้อมที่สะอาดที่สุดในระหว่างผ่าตัด
แพทย์จะทำการดีไซน์และวางตำแหน่งของแผลในบริเวณรอยพับใต้ราวนม หรือจุดที่กลืนไปกับลายเส้นธรรมชาติของผิวหนัง ทำให้เมื่อแผลหายดีแล้วจะมองเห็นได้ยากมาก รอยแผลดูสวยเนียนกว่าเดิม
เมื่อเนื้อเยื่อบอบช้ำน้อยและแผลมีขนาดที่เล็ก ร่างกายจึงสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้นกว่าเดิม คนไข้จึงรู้สึกเจ็บตัวน้อยลง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไวมากยิ่งขึ้น
ด้วยเทคนิคเฉพาะ SSA ได้แล้ววันนี้ ปรึกษาทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการของ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เพื่อออกแบบแผนการผ่าตัดที่เหมาะกับสรีระของคุณที่สุด
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เลือกขนาดซิลิโคนหน้าอกอย่างไรให้เป๊ะ?
หมดกังวลเรื่อง “เล็กไปหรือใหญ่เกิน” ด้วยการจำลองรูปหน้าอก 3D Design
เห็นภาพชัด ก่อนผ่าตัดจริง
3D Design จะจำลองรูปร่างและขนาดหน้าอกจริงของคุณ ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมเลยว่า ซิลิโคนขนาดกี่ CC ถึงจะเข้ากับสัดส่วนของคุณมากที่สุด
เลือกได้ทุกไซส์ ทุกรูปทรงหน้าอก
ไม่ว่าคุณจะชอบทรงธรรมชาติทรงพุ่งหรือต้องการเพิ่มความอึ๋มขั้นสุด เรามีซิลิโคนให้เลือกครบทุกขนาด (CC) ตั้งแต่ไซส์เริ่มต้นไปจนถึงไซส์ใหญ่
มีครบทุกรุ่นยอดนิยม
เลือกจับคู่กับซิลิโคนได้หลากหลายแบรนด์หลากหลายรุ่นที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ได้ทั้งสัมผัสที่นุ่มนวลและทรงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด
CUSTOM BREAST DESIGN
ไม่ว่าจะอยากได้ทรงไหน ศัลยแพทย์ที่ ONE Surgery จะออกแบบให้เหมาะกับสรีระของแต่ละคนโดยเฉพาะ เพื่อผลลัพธ์ที่พอดี เข้ากับรูปร่าง ดูเป็นธรรมชาติ
(Natural)
(Projection)
(Model Look)
(Lifted)
เป็นการใส่ซิลิโคนไว้ใต้กล้ามเนื้อนม แต่อยู่บนกล้ามเนื้อหน้าอกใหญ่ (Pectoralis Major)
ข้อดี: เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวได้ไว เนื่องจากแพทย์ไม่ต้องตัดหรือยุ่งเกี่ยวกับตัวกล้ามเนื้อ หน้าอกจะดูอวบอิ่ม คล้อยตามธรรมชาติได้ดีตั้งแต่วันแรก ๆ
ข้อจำกัด: เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อนมเดิมค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว หากคนที่มีรูปร่างผอมหรือเนื้อนมน้อยทำเทคนิคนี้ อาจจะเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน ดูไม่เป็นธรรมชาติ และมีโอกาสเกิดพังผืดรัดได้ง่ายกว่าวิธีอื่น
เป็นการสอดซิลิโคนเข้าไปอยู่ใต้กล้ามเนื้อหน้าอกใหญ่ทั้งหมด โดยมีกล้ามเนื้อช่วยคลุมทับซิลิโคนไว้อีกชั้นหนึ่ง
ข้อดี: ช่วยลดโอกาสการเกิดพังผืดหดรัด และเนื่องจากมีกล้ามเนื้อช่วยบดบังขอบซิลิโคน ทำให้ผลลัพธ์ดูเนียน
เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นขอบหรือเป็นลูกบอล แม้ในคนผอมหรือเนื้อนมน้อย
ข้อจำกัด: ช่วงแรกหลังผ่าตัดอาจจะมีความรู้สึกตึงและเจ็บมากกว่าวิธีแรก เนื่องจากกล้ามเนื้อถูกยืดออก และต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว หน้าอกถึงจะเริ่มนิ่มคล้อยเป็นธรรมชาติ
เทคนิคการผ่าตัดที่รวมข้อดีของทั้งเหนือกล้ามเนื้อและใต้กล้ามเนื้อเข้าไว้ด้วยกัน โดยแพทย์จะวางซิลิโคนส่วนบนให้อยู่ใต้กล้ามเนื้อ เพื่อซ่อนขอบ ไม่ให้เห็นเป็นบล็อก และวางซิลิโคนส่วนล่างให้อยู่เหนือกล้ามเนื้อ อยู่ใต้เนื้อนม เพื่อให้หน้าอกเคลื่อนไหวและคล้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Keller Funnel
เสริมหน้าอก ใช้กรวยทางการแพทย์บีบส่งซิลิโคนเข้าโพรงหน้าอกโดยไม่สัมผัสผิวหนังโดยตรง แผลเล็ก เลือดออกน้อย ลดบวมช้ำ ไม่ต้องใส่สายเดรน ลดการติดเชื้อ ลดพังผืด ลดการอักเสบ เนื้อเยื่อบอบช้ำน้อย ซิลิโคนเข้าตำแหน่งแม่นยำ หน้าอกนิ่มเป็นธรรมชาติ พักฟื้นน้อย กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไวมากยิ่งขึ้น
ทุกเทคนิคที่ ONE Surgery ใช้แผลขนาดเพียง 2–3 ซม. แทนการเย็บแผลแบบเดิม ช่วยให้ผิวหน้าแผลเรียบเนียน ไม่มีรอยเข็ม ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อ และช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกแผลเล็ก เจ็บน้อย ดูแลแผลง่าย และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไว
สำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอกที่ ONE Surgery จะมีขนาดของแผลผ่าตัดอยู่ที่ประมาณ 2-4 ซม. ขึ้นอยู่กับขนาดของซิลิโคนและความยืดหยุ่นของชั้นผิว ซึ่งที่ ONE จะมีทางเลือกการดูแลแผลให้กับลูกค้าทุกท่านด้วย “กาวปิดแผลทางการแพทย์” เพื่อป้องกันน้ำและเชื้อโรค
เป็นการเปิดแผลบริเวณรอยพับใต้ฐานนม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในปัจจุบัน
ข้อดี: แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในและจัดวางตำแหน่งซิลิโคน (เช่น เทคนิค Dual Plane) ได้ดีมากยิ่งขึ้น, แผลมีขนาดเล็ก, เจ็บน้อยกว่า และฟื้นตัวได้เร็วกว่าเนื่องจากไม่ต้องเลาะเนื้อเยื่อเยอะ
เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการให้ทรงหน้าอกดูดี, คนที่เลือกไซส์ซิลิโคนขนาดค่อนข้างใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการฟื้นตัวไวเพื่อกลับไปทำงาน
เป็นการเปิดแผลบริเวณรอยพับธรรมชาติในลึกสุดของรักแร้ แล้วส่องกล้องหรือเลาะเนื้อเยื่อลงมาเพื่อใส่ซิลิโคน
ข้อดี: บริเวณหน้าอกจะไม่มีรอยแผลเป็นใด ๆ เพราะรอยแผลจะถูกซ่อนไว้ที่รักแร้ซึ่งกลมกลืนไปกับรอยพับผิวหนังตามธรรมชาติ
เหมาะสำหรับ: คนที่กังวลเรื่องการมีแผลที่เต้านม, ชอบใส่เสื้อผ้าโชว์ร่องอก หรือไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าทำศัลยกรรมหน้าอกมาเมื่อมองจากด้านหน้า
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด ONE Surgery ลงทุนกับห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ระดับโรงพยาบาลเฉพาะทาง
ห้องผ่าตัดระบบ Positive Pressure · มาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom
ระบบควบคุมอากาศมาตรฐาน ISO เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและรักษาสภาวะแวดล้อมที่สะอาดที่สุดในระหว่างผ่าตัด
ระบบติดตามสัญญาณชีพแบบ Real-time ตลอดการผ่าตัดควบคุมโดยวิสัญญีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
อุปกรณ์ผ่าตัดผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อระดับ Hospital-grade ทุกชิ้น ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น
ห้องผ่าตัดพร้อมด้วยอุปกรณ์กู้ชีพครบครันและทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกรับมือ เหตุการณ์ฉุกเฉิน
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ดีไซน์ออกมาให้เป็นภาพ Customer Journey ที่เข้าใจง่าย ทีละสเต็ป
จากการนัดปรึกษาครั้งแรก จนถึงวันที่คุณได้จมูกใหม่ที่ตรงแบบ ทุกขั้นตอนออกแบบมาเพื่อให้คุณมั่นใจในทุกจุด
แพทย์ประเมินฐานหน้าอก เนื้อหน้าอกเดิม ความยืดหยุ่นของผิว ระดับความหย่อน และสัดส่วนลำตัว เพื่อเข้าใจโครงสร้างจริงก่อนวางแผนเสริมหน้าอก
วางแผนขนาด ทรงของซิลิโคนให้เหมาะกับรูปร่าง ความกว้างของฐานหน้าอก และผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อให้หน้าอกดูสมดุล ไม่ใหญ่หรือแน่นเกินสรีระ
แพทย์แนะนำชนิดซิลิโคน รูปทรง ผิวสัมผัส และขนาดที่เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงเนื้อหน้าอกเดิม ไลฟ์สไตล์ และความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์
ออกแบบตำแหน่งแผลและชั้นวางซิลิโคนให้เหมาะกับโครงสร้างหน้าอก เช่น ใต้กล้ามเนื้อ เหนือกล้ามเนื้อ หรือ Dual Plane เพื่อช่วยให้หน้าอกดูสวย สมดุล และเข้ากับร่างกายจริง
ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง ในห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล โดยวางซิลิโคนตามแผนที่ประเมินไว้ คำนึงถึงความสมมาตร ความปลอดภัย และรูปทรงหน้าอกโดยรวม
ดูแลหลังเสริมหน้าอกอย่างต่อเนื่อง ทั้งทำแผล ติดตามอาการบวมช้ำ ประเมินตำแหน่งซิลิโคน และแนะนำการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้คุณมั่นใจขึ้นในทุกช่วงของการฟื้นตัว
ห้องพักพื้นแบบพรีเมียม
ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล
ดมยาสลบโดยแพทย์เฉพาะทาง
10 — Q & A
A: ราคาเสริมหน้าอกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ต้องประเมินเฉพาะบุคคล ได้แก่ แบรนด์และรุ่นซิลิโคนที่เลือก (Perle / MENTOR / MOTIVA / SILIMED) ขนาดและโปรไฟล์ที่เหมาะกับสรีระ เทคนิคการวางซิลิโคน (Dual Plane / Sub-muscular / Sub-glandular) และความซับซ้อนของเคส ที่ ONE Surgery ราคาจะประเมินได้ชัดเจนหลังจากพบแพทย์และออกแบบร่วมกันผ่าน Vectra 3D แล้วเท่านั้น เนื่องจากทุกเคสออกแบบเฉพาะบุคคล สามารถปรึกษาเพื่อประเมินราคาเบื้องต้นได้ที่ Line: @oneclinic
A: เสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดที่ทำได้อย่างปลอดภัยเมื่ออยู่ในมือศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางและห้องผ่าตัดมาตรฐาน ความเสี่ยงที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ บวมและช้ำ (ลดลงเองใน 2-3 สัปดาห์) ชาบริเวณผิวหนัง (อาจอยู่นาน 4-6 สัปดาห์) และพังผืดรัดซิลิโคน (Capsular Contracture) ซึ่งป้องกันได้ด้วยการเลือกซิลิโคนและเทคนิคที่เหมาะสม ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องกลับมาพบแพทย์ทันที ได้แก่ ปวดรุนแรงผิดปกติ หน้าอกข้างใดข้างหนึ่งบวมโตกว่าอีกข้างมาก ไข้สูงเกิน 38°C หรือมีหนองออกจากแผล ที่ ONE Surgery ห้องผ่าตัดได้มาตรฐาน ISO CLASS 7 CLEANROOM พร้อมวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
A: MENTOR (ผลิตในสหรัฐอเมริกา) มีเนื้อเจลที่คงทรงดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการรูปทรงชัดเจนและสม่ำเสมอ มีทั้งทรงกลมและผิวทรายที่ช่วยลดพังผืด MOTIVA (ผลิตในสหรัฐอเมริกา / Costa Rica) มี Progressive Gel ที่ยืดหยุ่นสูง เคลื่อนไหวตามสรีระได้เป็นธรรมชาติมาก ฝัง RFID Chip (Qid® Chip) ให้ตรวจสอบซีเรียลได้ตลอดอายุการใช้งาน ทั้งสองแบรนด์ได้รับการรับรองจากอย. ไทยและ US FDA แพทย์ที่ ONE Surgery จะแนะนำแบรนด์และรุ่นที่เหมาะกับโครงสร้าง เนื้อหน้าอก และเป้าหมายของคุณโดยเฉพาะ ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปสำหรับทุกคน
A: ที่ ONE Surgery ใช้ Vectra 3D Imaging สแกนและจำลองผลลัพธ์หน้าอกก่อนผ่าตัดแบบ Real-time ร่วมกับ 3D Printing Technology จากเกาหลี ออกแบบซิลิโคน (FITme™) ที่พอดีกับโครงสร้างทรวงอกของคุณโดยเฉพาะ แทนที่จะเลือกจากขนาดสำเร็จรูป วิธีนี้ทำให้แพทย์วางซิลิโคนได้แม่นยำกว่า ลดความเสี่ยงซิลิโคนเลื่อน และผลลัพธ์ใกล้เคียงกับที่ออกแบบร่วมกันมากที่สุด
A: Dual Plane เป็นเทคนิคที่วางซิลิโคนบางส่วนไว้ใต้กล้ามเนื้อ (Sub-muscular) และบางส่วนอยู่ใต้เนื้อนม (Sub-glandular) ได้ข้อดีของทั้งสองแบบในเคสเดียว ผลลัพธ์คือหน้าอกดูเป็นธรรมชาติ ส่วนบนไม่พุ่งแข็ง คลำไม่เจอขอบซิลิโคน และลดความเสี่ยงพังผืดได้ดีกว่า Sub-glandular เทคนิคที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อหน้าอก โครงสร้างทรวงอก และเป้าหมายของคุณ แพทย์จะวิเคราะห์และแนะนำหลังการตรวจในการปรึกษา
A: ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก แนะนำประคบเย็นรอบ ๆ ทรวงอก (ไม่ใช่บนแผลโดยตรง) ครั้งละ 15-20 นาที เพื่อลดบวมและช้ำ นอนหนุนหมอนสูงกว่าระดับหัวใจ ใส่ Surgical Bra ตลอดเวลาตามที่แพทย์แนะนำ งดยกแขนเหนือไหล่และงดออกแรงหนักอย่างเด็ดขาด หลังจากนั้นเปลี่ยนมาประคบอุ่นและนวดเบา ๆ ตามคำแนะนำแพทย์เพื่อป้องกันพังผืด ทีมพยาบาลที่ ONE Surgery จะสาธิตวิธีดูแลแผลและนวดก่อนกลับบ้านทุกครั้ง
A: งานออฟฟิศ (ไม่ใช้แรง) กลับได้ใน 5-7 วัน ขับรถได้หลัง 1-2 สัปดาห์ เมื่อหยุดยาแก้ปวดแล้ว ออกกำลังกายเบา (เดิน) ได้หลัง 2-3 สัปดาห์ ออกกำลังกายหนัก (วิ่ง ยกน้ำหนัก) รอ 6-8 สัปดาห์ หน้าอกเริ่มนิ่มเป็นธรรมชาติที่ 1-3 เดือน และเข้าที่สมบูรณ์เมื่อครบ 6 เดือน แพทย์จะนัด follow-up ที่ 1 สัปดาห์ 1 เดือน และ 3 เดือน เพื่อติดตามผลและตรวจพังผืด
A: การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนในกรณีส่วนใหญ่ไม่กระทบต่อการผลิตน้ำนม เนื่องจากซิลิโคนวางอยู่ใต้เนื้อนมหรือกล้ามเนื้อ ไม่ได้สัมผัสกับต่อมน้ำนมโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผลการให้นมขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า สำหรับการตรวจมะเร็งเต้านม (Mammogram) ควรแจ้งเทคนิเชียนว่ามีซิลิโคน เพื่อปรับมุมถ่ายภาพ การมีซิลิโคนไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม แต่อาจต้องถ่ายภาพเพิ่มเติมในบางมุม
A: คือภาวะที่เนื้อเยื่อรอบซิลิโคนหนาและแข็งตัวมากเกินไป ทำให้หน้าอกแข็ง รูปทรงผิดปกติ หรือปวดได้ในบางราย พบประมาณ 5-10% ป้องกันได้ด้วยการเลือกซิลิโคนผิวทรายหรือผิว Nano ที่ยึดเกาะกับเนื้อเยื่อได้ดี เทคนิค Dual Plane ที่ลดการสัมผัสโดยตรง การนวดหน้าอกสม่ำเสมอตามคำแนะนำแพทย์ และห้องผ่าตัดปลอดเชื้อมาตรฐาน ISO หากพังผืดรัดมากจนเจ็บหรือทรงเสีย สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดเปิดพังผืดและเปลี่ยนซิลิโคนใหม่
A: ซิลิโคนยุคใหม่ (Perle/ MENTOR / MOTIVA) ไม่มีอายุการใช้งานที่กำหนดตายตัว หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น พังผืดรัด ซิลิโคนเลื่อน หรือการแตก ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน แพทย์แนะนำตรวจ MRI หรือ Ultrasound ทุก 5-10 ปีเพื่อตรวจสอบสภาพซิลิโคน สำหรับลูกค้าต่างประเทศ ONE Surgery รองรับ Medical Tourism โดยสามารถปรึกษาออนไลน์และส่งข้อมูลสแกน 3D ล่วงหน้า ควรพักในกรุงเทพฯ อย่างน้อย 7-10 วัน และทีมงานช่วยประสาน aftercare ทางไกลหลังกลับบ้าน