Call Call LINE Line WhatsApp WhatsApp Google Map Google-Map

LINE

Whatapps

Location

Phone

Blog

บทความล่าสุด

Volnewmer

Volnewmer คืออะไร? Volnewmer เครื่องยกกระชับผิวใบหน้าและลำตัวสัญชาติเกาหลี พัฒนามาเพื่อช่วยฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อย ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF (Radiofrequency) ความถี่สูง 6.78 MHz ส่งความร้อนลงไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อยกกระชับผิว และหัวทิปถึง 4 แบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพผิวและปัญหาผิว มีระบบสั่นและระบบความเย็นเพื่อลดอาการบวม และบรรเทาความเจ็บระหว่างการรักษา ทำให้ดูแลผิวได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพและปลอดภัย อาการบาดเจ็บน้อย พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน (Elastin) เพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ด้วย Volnewmer ช่วยอะไร? ช่วยยกกระชับผิวและกรอบหน้า แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว เสริมผิวหน้าให้เต่งตึง หนึ่งในเคล็ดลับที่ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย สลายไขมันส่วนเกินทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว Volnewmer เหมาะกับใครบ้าง? ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึก ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ขาดคอลลาเจน ผิวไม่กระจ่างใส ผู้ที่มีไขมันสะสมทั้งบริเวณใบหน้าและลำคอ เช่น เหนียง ใต้คาง และบริเวณลำตัว เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง Volnewmer ทำบริเวณไหนได้บ้าง? บริเวณใบหน้าและลำคอ: โดยเฉพาะจุดที่มีความหย่อนคล้อย เช่น หน้าผาก คิ้ว รอบดวงตา แก้ม บริเวณจมูก ร่องแก้ม รอบปาก และจุดที่มีไขมันส่วนเกินสะสม เช่น เหนียง คอ ใต้คาง กรอบหน้า บริเวณลำตัว: Arms, thighs, abdomen, and hips.จุดที่มีไขมันส่วนเกินสะสม เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก ผลลัพธ์จากการทำ Volnewmer จะเริ่มเห็นได้หลังจากทำหัตถการ 1 เดือน และคงอยู่ได้นาน 6-8 เดือน สามารถทำ Volnewmer ได้ต่อเนื่องทุก 6-12 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนาน

05 Genioplasty_11zon

เลื่อนคาง vs เสริมคางซิลิโคน ต่างอย่างไร | Sliding Genioplasty

เลื่อนคาง (Sliding Genioplasty) vs เสริมคางซิลิโคน: ทางเลือกเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืน การปรับรูปคางมี 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การเสริมคางด้วยซิลิโคน และการเลื่อนคาง (Sliding Genioplasty) ซึ่งมีความแตกต่างทั้งในด้านวิธีการ ผลลัพธ์ และความถาวร บทความนี้สรุปสาระสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสม โครงสร้างคางและความสำคัญต่อรูปหน้า คางเป็นส่วนหน้าสุดของขากรรไกรล่าง (Mental Region) มีบทบาทสำคัญต่อความสมดุลของใบหน้า โดยเฉพาะในมุมมองด้านข้าง (Profile) ซึ่งช่วยกำหนดสัดส่วนของใบหน้าช่วงล่าง ลักษณะปัญหาที่พบบ่อย คางถอยหรือคางสั้น ทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูไม่สมดุล คางยื่น ส่งผลให้ใบหน้าดูแข็งหรือไม่เป็นธรรมชาติ คางยาวเกินสัดส่วน ทำให้ใบหน้าดูยาว คางเบี้ยว ไม่อยู่ในแนวแกนกลางของใบหน้า   การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมควรพิจารณาจากโครงสร้างกระดูกเดิมของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมดุล เป็นธรรมชาติ และสอดคล้องกับสัดส่วนของใบหน้าโดยรวม เลื่อนคาง vs เสริมคางซิลิโคน หัวข้อ เสริมคางด้วยซิลิโคน เลื่อนคาง (Sliding Genioplasty) หลักการ วางซิลิโคนด้านหน้ากระดูก ตัดและเลื่อนกระดูกของคุณเอง วัสดุแปลกปลอม มี (ซิลิโคน) ไม่มี ทิศทางที่ปรับได้ เพิ่มความนูนหน้า-เท่านั้น หน้า, หลัง, ขึ้น, ลง, หมุน ความถาวร 5-15 ปี (อาจต้องเปลี่ยน) ถาวรตลอดชีวิต ความเสี่ยงขอบวัสดุโผล่ มี (เมื่อผิวบางลงตามวัย) ไม่มี ความเสี่ยงการเคลื่อน มี (ซิลิโคนเคลื่อนได้) ไม่มี (กระดูกประสานแล้ว) ความเสี่ยงติดเชื้อรอบวัสดุ มี (ต้องเอาซิลิโคนออก) ไม่มี แก้คางเบี้ยว ไม่ได้ ได้ แก้คางยาวเกิน ไม่ได้ ได้ Downtime 1-2 สัปดาห์ 3-4 สัปดาห์ ราคาเริ่มต้น ต่ำกว่า สูงกว่า สรุปความต่างให้เห็นภาพ เสริมซิลิโคน = “ใส่กล่องอีกชั้นหน้ากำแพง” (วางวัสดุใหม่ด้านหน้ากระดูก) |

04 Jaw cover_11zon

ตัดกราม BSSO IVRO กับ Mandibular Angle Reduction ต่างกันอย่างไร

ตัดกราม: เปรียบเทียบ Mandibular Angle Reduction, BSSO และ IVRO คู่มือฉบับทางการสำหรับการตัดสินใจ “การตัดกราม” เป็นคำที่ใช้เรียกหัตถการศัลยกรรมหลายประเภทซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านวัตถุประสงค์ เทคนิคการผ่าตัด ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และระยะเวลาพักฟื้น โดยในทางการแพทย์สามารถจำแนกออกเป็น 3 เทคนิคหลัก ได้แก่ Mandibular Angle Reduction, Bilateral Sagittal Split Osteotomy (BSSO) และ Intraoral Vertical Ramus Osteotomy (IVRO)   การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละเทคนิคอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้เข้ารับบริการสามารถสื่อสารกับศัลยแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าและปัญหาเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ   เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงวิชาการเบื้องต้น สำหรับประกอบการพิจารณาและการวางแผนร่วมกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเน้นการอธิบายภาพรวมของแต่ละเทคนิคอย่างเป็นระบบและเข้าใจง่าย 3 เทคนิคการตัดกราม คืออะไร? 1) Mandibular Angle Reduction  ตัดมุมกรามออก (สำหรับความงามล้วน)  2) BSSO (Bilateral Sagittal Split Osteotomy)  ผ่าขากรรไกรล่างตามยาวแล้วเลื่อน (สำหรับแก้ทั้งสบฟันและความงาม)  3) IVRO (Intraoral Vertical Ramus Osteotomy)  เทคนิคทางเลือกสำหรับการสบฟันแบบ Class III มุมกราม (Mandibular Angle) คืออะไร ลองคลำใต้ติ่งหูของคุณลงมา 2-3 เซนติเมตร  จุดที่คลำแล้วรู้สึกเป็นกระดูกแข็งมีมุมชัด นั่นคือ “มุมกราม” หรือ Mandibular Angle เป็นจุดที่กระดูกขากรรไกรล่างหักมุมจากแนวนอนเป็นแนวตั้งขึ้นไปถึงข้อต่อขากรรไกร เมื่อมุมนี้ชัดหรือใหญ่ ใบหน้าจากด้านหน้าจะดู “สี่เหลี่ยม” หรือ “หน้าเหลี่ยม” แต่ใจความสำคัญคือ  ความ “เหลี่ยม” ของใบหน้า อาจเกิดจาก 2 สาเหตุที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง สาเหตุที่ 1: มุมกรามใหญ่แต่ฟันสบปกติ  แก้ด้วย Mandibular Angle Reduction

03 Maxillo cover_11zon

ศัลยกรรมโครงหน้า: ยุบโหนก ตัดกราม เลื่อนคาง

ศัลยกรรมโครงหน้า (Maxillofacial Bone Surgery) เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงมี “ใบหน้าที่สวยสมดุล” ตั้งแต่โครงสร้าง แม้ไม่ต้องแต่งหน้าเข้ม? คำตอบอยู่ที่สัดส่วนของกระดูกใบหน้าไม่ว่าจะเป็นโหนกแก้ม เบ้าตา กราม และคาง หากองค์ประกอบเหล่านี้ไม่สอดคล้องกัน การปรับด้วยฟิลเลอร์หรือซิลิโคนอาจช่วยได้เพียงระดับผิวเผินและไม่ถาวร   ศัลยกรรมโครงหน้าแบบผ่าตัดกระดูก (Maxillofacial Bone Surgery) ONE Surgery & Aesthetics จึงเป็นทางเลือกที่ปรับเปลี่ยนได้ถึงระดับโครงสร้าง ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร ดูเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องพึ่งพาวัสดุแปลกปลอม บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจทุกแง่มุมที่ควรรู้แบบครบถ้วน นิยามศัลยกรรมโครงหน้า • ความต่างจากฟิลเลอร์/ซิลิโคน • สัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ • 4 ประเภทหลัก (ยุบโหนก ตัดกราม เลื่อนคาง Le Fort) • เทคโนโลยี JawAlign 3D • ใครเหมาะ • ขั้นตอนและพักฟื้น • ความเสี่ยง • FAQ 8 ข้อ ศัลยกรรมโครงหน้า (Maxillofacial Bone Surgery) คืออะไร? ศัลยกรรมโครงหน้าแบบผ่าตัดกระดูก (Maxillofacial / Orthognathic Surgery) คือหัตถการเฉพาะทางที่ปรับโครงสร้างกระดูกใบหน้าโดยตรง ทั้งโหนกแก้ม ขากรรไกร และคาง ด้วยเทคนิคการตัด เลื่อน และยึดตรึงกระดูกด้วยแผ่นไทเทเนียม ข้อได้เปรียบคือให้ผลลัพธ์ที่ถาวร เป็นธรรมชาติ โดยไม่ใช้วัสดุแปลกปลอม ลดความเสี่ยงการเคลื่อนตัวหรือภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาโครงกระดูก เช่น กรามกว้าง โหนกแก้มยื่น หรือคางถอย ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการฉีดหรือการเสริมวัสดุ หัวข้อ ฟิลเลอร์ / โบท็อกซ์ / ไหมดึง ศัลยกรรมโครงหน้า (ผ่าตัดกระดูก) ระดับที่ปรับ ผิวหนัง / กล้ามเนื้อตื้น กระดูกและโครงหน้าของคุณเอง วัสดุแปลกปลอม มี (ฟิลเลอร์ / ไหม)

02 Le Fort Cover

Le Fort คืออะไร? ผ่าตัดขากรรไกรบน และ Double Jaw Surgery

Le Fort Osteotomy การผ่าตัดขากรรไกรบน Le Fort Osteotomy และ Double Jaw Surgery เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับตำแหน่งขากรรไกรบน (Maxilla) สำหรับแก้ไขปัญหาโครงหน้าครึ่งบน เช่น ยิ้มเห็นเหงือกมาก ใบหน้ากลางเว้า ฟันบนยื่น หรือความไม่สมดุลของใบหน้า ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์หรือการจัดฟันเพียงอย่างเดียว   ขากรรไกรบน (Maxilla) ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของใบหน้าส่วนบน รองรับฟันบน และมีผลต่อสัดส่วนใบหน้า การสบฟัน รอยยิ้ม รวมถึงทางเดินหายใจ หากตำแหน่งของกระดูกผิดปกติ จะส่งผลต่อทั้งความงามและการใช้งานพร้อมกัน   Le Fort Osteotomy คือการผ่าตัดแยกขากรรไกรบนออกจากกะโหลกชั่วคราว เพื่อเลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ตามแผนการรักษา ก่อนยึดด้วยแผ่นไทเทเนียม โดยระดับที่ใช้บ่อยในด้านความงามคือ Le Fort I ซึ่งสามารถปรับตำแหน่งได้หลายทิศทาง เช่น เลื่อนหน้า ยกขึ้น ลดลง หรือหมุน เพื่อแก้ไขสัดส่วนใบหน้าและการสบฟันอย่างแม่นยำ   ในกรณีที่มีความผิดปกติทั้งขากรรไกรบนและล่างร่วมกัน จะใช้ Double Jaw Surgery (ผ่าตัดขากรรไกรบนและล่างพร้อมกัน) เพื่อให้ผลลัพธ์ด้านโครงสร้าง การสบฟัน และความสมดุลของใบหน้าสอดคล้องกันมากที่สุด ภายใต้การผ่าตัดเพียงครั้งเดียว การผ่าตัดดำเนินการภายใต้ยาสลบ แผลอยู่ภายในช่องปาก ไม่มีแผลภายนอก ระยะเวลาผ่าตัดเฉลี่ย 2-3 ชั่วโมงสำหรับ Le Fort I และ 4-5 ชั่วโมงสำหรับ Double Jaw โดยพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 2-3 คืน ข้อบ่งชี้หลักของ Le Fort I ยิ้มเห็นเหงือกมาก (Gummy Smile) ใบหน้ากลางเว้า (Midface Retrusion) ฟันสบผิดปกติจากโครงกระดูก ใบหน้ายาวหรือสั้นเกินสัดส่วนใบหน้าเอียงไม่สมมาตร ระยะพักฟื้นโดยประมาณ Le Fort I: กลับทำงานได้ใน 3-4 สัปดาห์ ผลลัพธ์ชัดเจนใน 6 เดือน Double

01 Zygoma Cover_11zon

ยุบโหนก (Zygoma Reduction) คืออะไร?

ยุบโหนก (Zygoma Reduction) หากคุณสังเกตว่าใบหน้าดูกว้างหรือโหนกแก้มยื่นเด่น แม้ปรับด้วยการแต่งหน้าแล้วยังไม่สามารถแก้ไขได้ ศัลยกรรมยุบโหนก (Zygoma Reduction) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม บทความนี้สรุปข้อมูลสำคัญตั้งแต่โครงสร้างโหนกแก้ม หลักการผ่าตัด เทคนิคที่ใช้ ไปจนถึงระยะพักฟื้นและข้อควรพิจารณา โหนกแก้ม (Zygoma) คืออะไร  โหนกแก้มคือกระดูกบริเวณกึ่งกลางใบหน้าที่มีบทบาทสำคัญต่อมิติและความกว้างของใบหน้า ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่   ตัวโหนก (Body) : ส่วนด้านหน้าที่นูนเด่นที่สุด โค้งโหนก (Arch) : ส่วนที่ต่อเนื่องไปด้านข้างจนถึงบริเวณหน้ารูหู   ในกรณีที่โหนกแก้มมีลักษณะกว้าง สูง หรือยื่นมากกว่าปกติ อาจทำให้ใบหน้าดูแข็ง เหลี่ยม หรือกว้าง โดยเฉพาะเมื่อมองจากหลายมุม ปัญหานี้พบได้บ่อยในโครงสร้างใบหน้าของคนเอเชีย และไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยฟิลเลอร์หรือวัสดุเสริม เนื่องจากเป็นปัญหาในระดับกระดูก ยุบโหนกคืออะไร ยุบโหนก (Zygoma Reduction / Cheekbone Reduction) คือการผ่าตัดปรับตำแหน่งกระดูกโหนกแก้ม โดยทำการตัดกระดูกในตำแหน่งที่เหมาะสมและเลื่อนเข้าหาแกนกลางของใบหน้า ก่อนยึดตรึงด้วยแผ่นไทเทเนียมขนาดเล็ก เมื่อกระดูกเชื่อมตัวในตำแหน่งใหม่ จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและสมดุลมากขึ้น ทั้งในมุมมองด้านหน้าและด้านข้าง ยุบโหนก ไม่ใช่การเอากระดูกออกทั้งหมด เป็นการ “ขยับกระดูก” ให้อยู่ในตำแหน่งใหม่ที่เข้ากับใบหน้ามากขึ้น กระดูกยังคงเชื่อมกับโครงหน้าและทำหน้าที่ปกติ (รองรับกล้ามเนื้อใบหน้า) เหมือนเดิมทุกประการ ขั้นตอนการผ่าตัดยุบโหนก (Zygoma Reduction)  การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดย ONE Surgery & Aesthetics จะใช้ยาสลบที่เป็นแพทย์เฉพาะทางที่จบตรงทางด้านนี้ แผลส่วนใหญ่ซ่อนภายในช่องปากและบริเวณหน้ารูหู   เปิดแผลในช่องปากเพื่อเข้าถึงกระดูกโหนกแก้ม แยกเยื่อหุ้มกระดูกและวาง Surgical Guide เฉพาะบุคคล ตัดกระดูกโหนกในตำแหน่งที่วางแผนไว้ เปิดแผลขนาดเล็กบริเวณหน้ารูหูเพื่อตัดส่วนโค้งของโหนก เลื่อนกระดูกเข้าด้านในตามระยะที่กำหนด ยึดตรึงด้วยแผ่น Titanium Plate และสกรู เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย เทคนิคที่ใช้ L-Shape Osteotomy: เทคนิคมาตรฐาน ปรับได้ทั้งความกว้างและความสูงของโหนก Rotation Technique: ปรับมุมโหนกให้เรียวขึ้น เหมาะกับโหนกกว้างมาก Multi-step Osteotomy: