Call Call LINE Line WhatsApp WhatsApp Google Map Google-Map

LINE

Whatapps

Location

Phone

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

เสริมคางเฉพาะบุคคล

ด้วยซิลิโคน 3D Printing

“ปรับหน้าวี ไร้รอยต่อ เลิกคางแม่มด”

หมดปัญหาคางเป็นก้อน คางแม่มด หรือเสี่ยงเบี้ยวเอียง ออกแบบซิลิโคนมิลลิเมตรต่อมิลลิเมตรให้แนบสนิทกับโครงสร้างหน้าด้วยซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING ที่ ONE Surgery & Aesthetics

คางไม่ได้รูป

ยาว เบี้ยว

กำลังซ่อนความมั่นใจของคุณอยู่หรือเปล่า

คางสั้น คางถอย

ทำให้ภาพรวมใบหน้าดูสั้น หน้ากลม
และทำให้เหมือนคนมีเหนียงตลอดเวลา

คางตัด คางเหลี่ยม

สัดส่วนของคางไม่ได้รูป ทำให้ใบหน้าดูแข็ง
และขาดความละมุน

กลัวทำแล้วพัง ไม่เข้ากับหน้า

อยากเสริมคาง แต่กลัวคางเป็นก้อนยื่นเหมือนแม่มด กลัวรอยต่อของซิลิโคน และเสี่ยงเบี้ยวเอียงในระยะยาว

เทคโนโลยีซิลิโคนเฉพาะบุคคล

3D Printing

Made in Korea

ซิลิโคนสั่งผลิตเฉพาะบุคคลจากเกาหลี ขึ้นรูปใหม่เคสต่อเคสเพื่อลดปัญหาที่ลูกค้าหลายท่านกังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นคางแม่มด คางเป็นก้อน ซิลิโคนเบี้ยว ลอย

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

เปิดประสบการณ์ใหม่ของการเสริมคาง

ผลลัพธ์ที่ตรงเรฟ แนบเนียน ไร้รอยต่อ

สิ่งที่มักเจอใน
“ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไป”
ผลลัพธ์ที่ได้จาก
ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING
คางดูเป็นก้อน/สัมผัสเจอขอบ
เนื่องจากซิลิโคนถูกผลิตมาเป็นล็อค แพทย์ต้องมาเหลามือเองในห้องผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้แนบสนิทกับกระดูกจริง ทำให้เป็นขอบและมีคางที่แยกออกจากใบหน้าอย่างชัดเจน เวลาเขยิบหรือยิ้ม
เสี่ยงเบี้ยวเอียง
เมื่อฐานซิลิโคนไม่พอดีกับส่วนเว้าโค้งของกระดูกเดิม จะทำให้เกิดช่องว่าง (Gap) หลังทำไปจึงมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนที่ เลื่อน เบี้ยวเอียง หรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ควรจะเป็น
คางแม่มด
การใส่ซิลิโคนที่ไม่ได้สัดส่วนเข้าไป จะทำให้คางพุ่งแหลมเกินความจำเป็น จะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูผิดธรรมชาติ
เนียน ไร้รอยต่อ เหมือนคางจริง
ซิลิโคนถูกผลิตขึ้นจากโครงสร้างกระดูกคางของคุณเอง รอยต่อระหว่างซิลิโคนกับใบหน้าจึงดูเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ เข้ากับใบหน้าเดิมอย่างพอดี
ล็อกกับโครงสร้าง ไม่เสี่ยงเคลื่อน
ด้วยการออกแบบเพื่อให้ฐานกระดูกคางเดิมแบบมิลลิเมตรต่อมิลลิเมตร ตัวซิลิโคนจะแนบสนิทและล็อกเข้ามุมพอดีกับโครงหน้า โอกาสหลุดเลื่อนหรือเบี้ยวเอียงจึงแทบจะเป็นศูนย์
สัดส่วนพอดี รับกับทุกมุม ไม่โอเวอร์
สามารถกำหนดความยาว ความกว้าง และความพุ่งของซิลิโคนได้ และช่วยให้ทรงคางรับกับจมูกได้อย่างพอดี ช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้น ไม่ว่าจะมองมุมตรงหรือมุมข้าง

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

เปลี่ยนจาก “ฟิลเลอร์คาง” เป็น “เสริมคางซิลิโคน 3D”

เจ็บแต่จบในครั้งเดียว

สำหรับใครที่มีปัญหาคางสั้น คางถอย หรือคางตัด “การฉีดฟิลเลอร์คาง” มักจะเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเพราะไม่ต้องผ่าตัดและ เห็นผลทันที แต่รู้ไหมว่า … หลายคนมักจะพบปัญหากวนใจตามมาในระยะยาว

เปิดประสบการณ์ใหม่ ของการเสริมคาง

02 — Results

ผลลัพธ์ที่พูด

แทนทุกคำอธิบาย

ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing

ฟิลเลอร์สลายตัวเร็ว
อยู่ได้ไม่นาน

ต้องคอยไปเติมบ่อยๆ ทุกๆ 6-12 เดือน
เสียทั้งเงินและเวลาไม่จบสิ้น

คางดูย้อยหรือย้วย
ไม่ได้รูปทรง

เมื่อฉีดไปนาน ๆ หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไป ฟิลเลอร์อาจจะไหล ย้อย หรือทำให้รูปคางดูไม่เป็นธรรมชาติ

เสี่ยงฟิลเลอร์ปลอม
หรือเป็นก้อน

หากเจอตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการอักเสบ พังผืดเกาะ หรือคางบิดเบี้ยวได้

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

หยุดวงจรเติมฟิลเลอร์ซ้ำ ๆ

แล้วเปลี่ยนมาล็อกความปังในครั้งเดียว

หากคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ การย้ายมาเสริมคางด้วยซิลิโคน คือคำตอบที่ตอบโจทย์กว่าในระยะยาว ได้รูปคางที่คงอยู่ตลอดไป ไม่ต้องกังวลเรื่องฟิลเลอร์ไหลหรือเปลี่ยนรูปทรง

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

DESIGN FOR YOUR PERFECT FIT

ศัลยกรรมเสริมคางซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING
TRANSFORMATION SEQUENCE

CUSTOMISED FOR YOU

CUSTOMIZED FOR YOU

ออกแบบเฉพาะคุณคนเดียวเท่านั้น

3D PRINTING TECHNOLOGY

3D PRINTING TECHNOLOGY

ขึ้นรูปซิลิโคนใหม่เคสต่อเคส

NATURAL & LONG LASTING

NATURAL & LONG LASTING

ขึ้นรูปซิลิโคนใหม่เคสต่อเคส

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

เสริมคางซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing

ที่ ONE Surgery & Aesthetics

ถ้าพูดถึงการเสริมคางด้วยซิลิโคน หลายคนอาจจะกลัวเรื่องคางลอย คางเป็นขอบ หรือซิลิโคนเบี้ยวเอียง แต่ที่ ONE Surgery & Aesthetics เราทลายทุกข้อจำกัดนั้น ด้วยการ “เสริมคางซิลิโคนเฉพาะบุคคล” (Customized 3D Printing) ที่ออกแบบมาเพื่อคุณคนเดียวเท่านั้น!

ฉีดฟิลเลอร์คาง
ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไป
ซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING
ต้องเติมบ่อย ๆ อยู่ได้ไม่นาน
อาจไม่แนบสนิทกับโครงสร้างกระดูก
มีโอกาสคางเบี้ยว ซิลิโคนลอย
ผลิตมาเคสต่อเคส
ทำให้แนบสนิทกับโครงสร้างกระดูกเดิมของแต่ละคน
เสี่ยงคางไหล ย้อย เป็นก้อน ผิดรูป
แพทย์ต้องเหลามือเองในห้องผ่าตัด
ออกแบบและขึ้นรูปตามที่ออกแบบไว้
แพทย์ไม่ต้องมานั่งเหลา
ค่าใช้จ่ายบานปลายในระยะยาว
ทรงคางอาจไม่เข้ากับใบหน้าทั้งหมด
ได้ทรงคางที่พอดี เข้ากับรูปหน้า
เหมือนที่ออกแบบไว้ตอนทำ 3D Design
เสริมคาง

3D Design เห็นผลลัพธ์ก่อนผ่าตัดจริง

ทุกท่านจะได้เห็นภาพจำลองใบหน้าตัวเองและทรงคางที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า ทำให้คุณและแพทย์สามารถดีไซน์รูปทรงได้จนกว่าจะพอใจ

CT SCAN วิเคราะห์ลึกถึงชั้นกระดูก

เราไม่ได้เดาสุ่ม แต่เราใช้การสแกนโครงสร้างใบหน้าแบบ 3 มิติ เพื่อดูฐานกระดูกคางเดิมของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการผ่าตัด และนำไปขึ้นรูปซิลิโคนเฉพาะบุคคล

หล่อซิลิโคนเฉพาะบุคคล 1:1

ซิลิโคนจะถูกขึ้นรูปด้วย 3D Printing ให้แนบสนิทเป๊ะกับฐานกระดูกเดิม ลดโอกาสการขยับ เบี้ยว หรือลอย และได้ทรงคางตามที่ออกแบบไว้

ธรรมชาติ เรียบเนียน ไร้รอยต่อ

หมดปัญหาคางแม่มด หรือคางยาวเกินความจำเป็น เพราะสัดส่วนจะถูกคำนวณให้เข้ากับหน้าผาก จมูก และรูปหน้าโดยรวมของคุณอย่างลงตัว

3 Step สู่อนาคตของการเสริมจมูกที่ ONE

“หน้าดูเรียวขึ้น คางไม่แม่มด

ไม่เสี่ยงเบี้ยวเอียง”

3D DESIGN

เห็นทรงคางก่อนผ่าตัด

ถ่ายภาพจำลอง 3D พร้อมร่วมออกแบบทรงคาง ที่ต้องการกับแพทย์ ปรับทรงจนกว่าคุณจะพอใจ อยากได้รูปทรงแบบไหน ออกแบบได้เลยกับมือ

CT Scan Analysis

เจาะลึกโครงสร้างภายใน

แสกนชั้นกระดูกใบหน้า เพื่อดูรูปทรงของกระดูกคางจริง ว่าภายในมีปัญหาอะไรหรือไม่ ก่อนสั่งผลิตซิลิโคนเฉพาะบุคคลที่จะลงล็อคกับโครงสร้าง

3D PRINTING

ขึ้นรูปซิลิโคนเฉพาะบุคคล

นำทรงที่ออกแบบไว้ผนวกเข้ากับผลการแสกนโครงสร้างกระดูก ไปพิมพ์เพื่อหล่อให้ได้ซิลิโคน “Zero Gap” แนบสนิทกับฐานคางเดิม และได้รูปทรงตามที่ออกแบบไว้

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

“...เพราะกระดูกใบหน้าของคนเรา ไม่ได้เรียบ ตรง โค้งเหมือนกันทุกคน การใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปจึงอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด...“

มาร่วมสัมผัสผลลัพธ์ที่ออกแบบมาสำหรับคุณคนเดียว เพื่อคางใหม่ที่สวยละมุนและปลอดภัยในระยะยาว

การเสริมคางเหมาะกับใคร

การเสริมคางเหมาะกับใคร

โครงสร้างใบหน้าที่สมส่วน เริ่มต้นที่อัตราส่วนของ “คาง” ที่รับกับจมูกและหน้าผาก (GoldenRatio) แต่โครงสร้างใบหน้าของคนไทยและคนเอเชียส่วนใหญ่มักพบปัญหาบริเวณคางค่อนข้างมากหากคุณส่องกระจกแล้วพบว่าตัวเองมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ “การเสริมคาง” คือคำตอบที่จะช่วยเปลี่ยนรูปหน้าของคุณให้ดูดีขึ้นได้อย่างชัดเจน

อนาคตของการเสริมคาง

ด้วยซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D PRINTING

แม้ว่าการเสริมคางทั่วไปจะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย คางบุ๋ม ได้ แต่โครงสร้างกระดูกคางของมนุษย์เราไม่ได้เรียบเนียนหรือเท่ากันทั้งสองฝั่ง (Asymmetry) การเสริมคางด้วยซิลิโคนเฉพาะบุคคล (Customised Silicone) จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาซิลิโคนไม่ลงล็อกกับโครงสร้างและตัดจบปัญหาเสริมคางแล้วยาวเกิน

คนที่ต้องการ “แก้คาง” จากการฉีดฟิลเลอร์

กลุ่มนี้มักมีปัญหาเนื้อเยื่อภายในเกิดพังผืด หรือฐานกระดูกเดิมอาจถูกกดทับจนยุบตัวลงไป การใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไปจะไม่สามารถวางได้แนบสนิท จึงจำเป็นต้องใช้ซิลิโคน 3D Printing
ที่หล่อขึ้นมาเพื่อชดเชยส่วนที่เว้าแหว่งโดยเฉพาะ

คนที่กลัวปัญหา “คางเป็นขอบ คางลอย หรือเห็นรอยต่อ”

สำหรับคนผิวบาง หรือคนที่ไม่ต้องการให้ใครดูออกว่าทำศัลยกรรมมา ซิลิโคนเฉพาะบุคคลจะออกแบบให้ขอบของซิลิโคนบางเฉียบและเรียบเนียนกลืนไปกับกระดูกเดิมอย่างไร้รอยต่อ
ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติเหมือนเป็นกระดูกของคุณเอง

คนที่มีโครงสร้างกระดูกคางไม่เท่ากัน หรือหน้าเบี้ยว

หากคุณมีฐานกระดูกคางเดิมที่เอียง สูงต่ำไม่เท่ากัน หรือปูดนูนบางจุด การใส่ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไปจะทำให้คางยิ่งดูเบี้ยวชัดเจน แต่ซิลิโคน 3D Printing จะถูกออกแบบให้ฐานซิลิโคนมีความหนาบาง แตกต่างกันตามรอยของกระดูก เพื่อปรับให้คางภายนอกดูตรงและสมมาตรที่สุด

คนที่ไม่ชอบการ “ลุ้น” ผลลัพธ์หน้างาน

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำสูง อยากเห็นและร่วมดีไซน์ทรงคางร่วมกับคุณหมอก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดจริง เพื่อความสบายใจและได้ทรงที่ตรงใจ

เสริมคาง 02

คางที่สวยละมุน ต้องยาวเท่าไหร่? ให้ได้สัดส่วนตาม Golden Ratio

เวลาที่เราเห็นดารา นักแสดง หรือไอดอลที่มีใบหน้าเรียวสวย ดูละมุนและน่ามองในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขามีคางที่ยาวเท่านั้นนะ แต่เป็นเพราะใบหน้าของพวกเขาได้รับการจัดวางใน “สัดส่วนทองคำ” (Golden Ratio) หรือสัดส่วนที่สมดุลที่สุดตามหลักสรีรศาสตร์ และศิลปะ ซึ่งในวงการแพทย์ศัลยกรรมความงามเราจะแบ่งสัดส่วนใบหน้าตามแนวตั้งออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ดังนี้

Upper Face
(ส่วนบน)

ตั้งแต่ไรผมลงมาจนถึงหัวคิ้ว

Mid Face
(ส่วนกลาง)

ตั้งแต่หัวคิ้วลงมาจนถึงปลายจมูก

Lower Face
(ส่วนล่าง)

ตั้งแต่ปลายจมูกลงมาจนถึงปลายคาง

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

เลือกเทคนิคที่ใช่

เสริมคางแผลนอก vs แผลใน

เมื่อตัดสินใจที่จะเสริมคางแล้ว อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “ควรเลือกผ่าตัดแบบแผลนอกหรือแผลในดี?”
เพราะทั้งสองเทคนิคมีวิธีการผ่าตัดและข้อดีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ONE Surgery & Aesthetics สรุปข้อเปรียบเทียบมาให้เช็กกันแบบชัดๆ

เสริมคางแผลนอก
เสริมคางแผลใน
สามารถเห็นเป็นขีดเล็ก ๆ บริเวณใต้คางได้
การซ่อนแผล
มองไม่เห็นแผล เพราะอยู่ในบริเวณช่องปาก
ดูแลง่าย เหมือนแผลทั่วไป
การดูแลรักษาแผล
ต้องระวังเรื่องความสะอาดหลังทานอาหาร
และควรบ้วนปากบ่อย ๆ
โอกาสติดเชื้อต่ำกว่า
โอกาสติดเชื้อ
มีโอกาสติดเชื้อหากดูแลความสะอาดช่องปากไม่ดี
เสริมคางแผลนอก (Submental Approach)

เสริมคางแผลนอก
(Submental Approach)

เป็นการผ่าตัดโดยเปิดแผลบริเวณใต้คางภายนอก (ความยาวแผลประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตรเช่นกัน) เพื่อเข้าไปวางซิลิโคน

ข้อดี: คนไข้ดูแลแผลได้ง่ายมาก ทานอาหารได้ตามปกติทันทีหลังทำ เพราะแผลไม่ได้อยู่ในช่องปาก โอกาสติดเชื้อต่ำ และแพทย์สามารถจัดวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

ข้อจำกัด: จะมีรอยแผลเป็นเล็กๆ อยู่ที่ใต้คาง ซึ่งในช่วงแรกจะเห็นเป็นเส้นขีด

เสริมคางแผลใน
(Intraoral Approach)

เป็นการผ่าตัดโดยเปิดแผลจากด้านในช่องปาก บริเวณซอกเหงือกตรงริมฝีปากล่าง (ความยาวแผลประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร) เพื่อวางซิลิโคนลงไปที่ชั้นใต้เยื่อหุ้ม
กระดูกคาง

ข้อดี: “ซ่อนรอยแผลเป็นได้ 100%” เพราะแผลจะอยู่ด้านในช่องปากทั้งหมด หมดกังวลเรื่องรอยแผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) ใต้คาง ถ่ายรูปมุมเสยได้มั่นใจเต็มร้อย

ข้อจำกัด: ต้องดูแลความสะอาดในช่องปากเป็นพิเศษหลังทำ เพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารตกค้างจนเกิดการติดเชื้อ และช่วงแรกอาจจะทานอาหารลำบากเล็กน้อย

วัสดุเกรดการแพทย์ที่ ONE เลือกใช้

ในการศัลยกรรมเสริมคาง วัสดุหลักที่แพทย์ทั่วโลกยอมรับและนิยมใช้มากที่สุดคือ ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) เพราะมีความปลอดภัยสูง ร่างกายไม่ต่อต้าน และอยู่ได้ยาวนานถาวร แต่รู้ไหมว่าในปัจจุบันรูปแบบของซิลิโคนได้รับการพัฒนาไปไกลมาก โดยเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ
ตามกระบวนการขึ้นรูป

ซิลิโคนสำเร็จรูปทั่วไป

เป็นซิลิโคนคอมเพรสชันที่ถูกผลิตมาจากโรงงานให้มีรูปทรง ขนาด (S, M, L, XL) และความโค้งที่เป็นมาตรฐานตายตัว (Standard Shape) โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ทรงหลักๆ คือ

  • ซิลิโคนขาสั้น: เน้นเติมเฉพาะบริเวณปลายคางให้ยาวหรือยื่นออกมาด้านหน้า เหมาะกับคนที่มีฐานคางเดิมดีอยู่แล้วและต้องการปรับมิติเล็กน้อย แต่หากใช้ขนาดที่ใหญ่เกินไป อาจเสี่ยงต่อการเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน
  • ซิลิโคนขายาว: จะมีส่วนขาที่ยาวแผ่ออกไปด้านข้างเพื่อโอบรับกับแนวกราม ช่วยให้รอยต่อระหว่างคางและกรอบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

ข้อจำกัด:

เนื่องจากโครงสร้างกระดูกคางของมนุษย์เราไม่ได้เรียบเนียนหรือสมมาตรเท่ากันทุกคน เมื่อนำซิลิโคนสำเร็จรูปมาใช้ แพทย์จึงต้องนำมา “นั่งเหลาด้วยมือ” ในห้องผ่าตัด เพื่อปรับแต่งให้เข้ากับหน้าคนไข้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นการคาดคะเนด้วยสายตา และหากเหลาได้ไม่พอดีกับส่วนเว้าโค้งของกระดูก ก็อาจทำให้เกิดปัญหาคางลอย คางเบี้ยว หรือเห็นขอบเป็นแท่งตามมาในภายหลังได้

ซิลิโคนเฉพาะบุคคล (Customized 3D Printing Silicone)

นี่คือซิลิโคนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ONE Surgery & Aesthetics โดยเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการใช้ซิลิโคนขนาดมาตรฐาน มาเป็นการ “หล่อซิลิโคนขึ้นมาใหม่เพื่อคุณคนเดียวในโลก” โดยใช้เทคโนโลยี 3D Printing ร่วมกับภาพสแกนโครงสร้างกระดูก (CT Scan) ของคนไข้แบบ 1:1

ทำไมซิลิโคนเฉพาะบุคคลถึงตอบโจทย์?

  • ฐานเนื้อวัสดุแนบสนิทไร้รอยต่อ (Perfect Fit Base): ด้านใต้ของชิ้นซิลิโคนจะถูกออกแบบให้มีส่วนโค้ง ส่วนเว้า และรอยหยักที่ถอดแบบมาจากฐานกระดูกคางเดิมของคุณอย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร วัสดุจึงวางล็อกเข้ากับกระดูกได้อย่างสนิทเป๊ะ (Zero Gap) ลดโอกาสการขยับ เบี้ยว หรือเอียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคนิคขอบบางพิเศษ (Ultra-Thin Tapered Edge): ซิลิโคนเฉพาะบุคคลสามารถกำหนดความหนา-บางได้อย่างอิสระ บริเวณขอบของวัสดุจะถูกดีไซน์ให้บางเฉียบและลาดเอียงไปกับแนวกรามธรรมชาติอย่างแนบเนียน หลังทำจึงสัมผัสไม่ได้ถึงรอยต่อ ไม่เห็นเป็นขอบลอย แม้คนผิวบางก็ทำได้ละมุน ไม่โป๊ะ
  • ความยืดหยุ่นที่เลียนแบบธรรมชาติ (Optimal Flexibility): ตัวเนื้อซิลิโคนมีความนิ่มในระดับที่พอดี ไม่แข็งทื่อ เมื่อคุณยิ้ม พูด หรือแสดงสีหน้า ซิลิโคนจะขยับตัวอย่างเป็นธรรมชาติเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อและกระดูกของคุณเอง

ลงทุนครั้งเดียว เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยระยะยาว: การเลือกวัสดุซิลิโคนเฉพาะบุคคล 3D Printing ที่ ONE Surgery & Aesthetics ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณได้สัดส่วนใบหน้าที่สวยงามตามหลัก Golden Ratio เท่านั้น แต่ยังเป็นการเลือกวัสดุที่ “พอดี” กับร่างกายของคุณที่สุด เพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัดแก้ไขในอนาคต

Results

ผลลัพธ์ที่พูด

แทนทุกคำอธิบาย

ทุกเคสออกแบบโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางร่วมกับซิลิโคน 3D Printing

รีวิวเสริมคาง
รีวิวเสริมคาง
รีวิวเสริมคาง

Our Surgeons

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เฉพาะทางด้าน ศัลยกรรมคาง

ทีมแพทย์ ONE Surgery ผ่านการฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะทางระดับสากล เชี่ยวชาญสรีระใบหน้าและรสนิยมการออกแบบสำหรับชาวเอเชีย

หมอโบ๊ตตี้

Facial plastic surgeon / ENT

License No.52790

หมอมุก

Facial plastic surgeon / ENT

License No.58510

หมอแอ้

Facial plastic surgeon / ENT

License No.60357

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ดูแลอย่างใส่ใจในทุกก้าวของการผ่าตัด

เพื่อการฟื้นตัวที่ดีมากยิ่งขึ้น

เพราะความดูดีไม่ได้จบลงแค่ออกจากห้องผ่าตัด ที่ ONE Surgery & Aesthetics เราให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์หลังทำและความสบายของคนไข้” เราจึงมอบบริการโปรแกรม ONE Aftercare เพื่อลดความบวมช้ำและให้ทุกท่านกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ

IV Drip สูตรลดบวมช้ำ

(Anti-Inflammatory & Recovery Booster): ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เร่งการขับของเสียหรือน้ำส่วนเกินที่ยังคงค้างอยู่ใต้ผิว ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไวขึ้นกว่าการทานยาเพียงอย่างเดียว

ฉายแสงลดบวม ความเขียวช้ำ

(LED Light Therapy): กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวให้ซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น ทำให้แผลสมานตัว และลดอาการบวมตึงบริเวณแผลหลังผ่าตัด

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล

ที่คุณวางใจได้

ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด ONE Surgery ลงทุนกับห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ระดับโรงพยาบาลเฉพาะทาง

ห้องผ่าตัดระบบ Positive Pressure · มาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom

Positive Pressure Clean Room

Positive Pressure Clean Room

ระบบควบคุมอากาศมาตรฐาน ISO เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและรักษาสภาวะแวดล้อมที่สะอาดที่สุดในระหว่างผ่าตัด

ONE Clinic

Real-time Patient Monitoring

ระบบติดตามสัญญาณชีพแบบ Real-time ตลอดการผ่าตัดควบคุมโดยวิสัญญีแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ONE Clinic 03

Sterile Instrument Protocol

อุปกรณ์ผ่าตัดผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อระดับ Hospital-grade ทุกชิ้น ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น

Emergency Readiness

ห้องผ่าตัดพร้อมด้วยอุปกรณ์กู้ชีพครบครันและทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกรับมือ
เหตุการณ์ฉุกเฉิน

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ขั้นตอนการเสริมคางด้วย

3D Precision System

ดีไซน์ออกมาให้เป็นภาพ Customer Journey ที่เข้าใจง่าย ทีละสเต็ป

จากการนัดปรึกษาครั้งแรก จนถึงวันที่คุณได้จมูกใหม่ที่ตรงแบบ ทุกขั้นตอนออกแบบมาเพื่อให้คุณมั่นใจในทุกจุด

STEP 1

ปรึกษาและประเมินสรีระ

ออกแบบร่วมกับแพทย์ผ่านโปรแกรม Vectra 3D แบบ Real-time จนพอใจ

STEP 2

CT Scan วิเคราะห์โครงสร้างกระดูก

สแกนกระดูกขากรรไกรและคาง Precision-grade เพื่อวัดขนาดและตำแหน่งที่แม่นยำที่สุด
ก่อนส่งแบบผลิตซิลิโคน

เสริมจมูก 3D Printing

STEP 3

เลือกซิลิโคนที่เหมาะสม

ส่งแบบ Vectra + CT Scan ไปผลิตซิลิโคน 3D Printing ที่โรงงานคู่ค้าเกาหลี

ขั้นตอนการ เสริมจมูก

STEP 4

วางแผนแผลและชั้นวางซิลิโคน

ซิลิโคนถูกส่งตรงมาที่ ONE Surgery พร้อมเอกสารรับรองคุณภาพ

ขั้นตอนการ เสริมจมูก

STEP 5

นัดวันผ่าตัด

ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง ในห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล โดยวางซิลิโคนตามแผนที่ประเมินไว้ คำนึงถึงความสมมาตร ความปลอดภัย และรูปทรงหน้าอกโดยรวม

STEP 6

ONE Aftercare Program

ดูแลหลังเสริมคางอย่างต่อเนื่อง ทั้งทำแผล ติดตามอาการบวมช้ำ ประเมินตำแหน่งซิลิโคน และแนะนำการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้คุณมั่นใจขึ้นในทุกช่วงของการฟื้นตัว

ศัลยกรรมเสริมคาง

โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ศัลยกรรมเสริมจมูก

ห้องพักพื้นแบบพรีเมียม

ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล

วิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการดมยา

ดมยาสลบโดยแพทย์เฉพาะทาง

10 — Q & A

คำถามที่พบบ่อย

ทุกคำถามที่คุณอาจสงสัย เราตอบไว้ครบที่นี่

Q1: ศัลยกรรมเสริมคางคืออะไร?

A:

ศัลยกรรมเสริมคาง คือการผ่าตัดเพื่อปรับรูปทรงและสัดส่วนคางให้รับกับใบหน้า โดยแพทย์อาจใช้ซิลิโคนทางการแพทย์วางบริเวณคาง เพื่อช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางถอย คางตัด คางไม่ชัด หรือใบหน้าดูขาดสมดุล

คางเป็นจุดสำคัญที่ส่งผลต่อสัดส่วนใบหน้าทั้งด้านหน้าและด้านข้าง การ เสริมคาง จึงไม่ได้เป็นเพียงการทำให้คางยาวขึ้นหรือพุ่งขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบให้คางรับกับจมูก ปาก แนวกราม คอ และโครงหน้าโดยรวม

ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic การวางแผนเสริมคางเริ่มจากการประเมินโครงหน้าเดิม เนื้อเยื่อบริเวณคาง ความหนาของผิว กระดูกคาง และความต้องการของผู้เข้ารับบริการ เพื่อเลือกทรง ขนาด และตำแหน่งการวางซิลิโคนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

A:

ผ่าตัดเสริมคาง อาจเหมาะกับผู้ที่มีคางสั้น คางถอย คางไม่ชัด คางตัด ใบหน้าดูสั้น หรือสัดส่วนใบหน้าช่วงล่างไม่สมดุล เช่น เมื่อมองด้านข้างแล้วปากดูยื่น คางดูถอย หรือปลายคางไม่รับกับปลายจมูกและริมฝีปาก

บางคนอาจไม่ได้มีปัญหาคางสั้นมาก แต่รู้สึกว่าใบหน้าดูขาดมิติ กรอบหน้าไม่ชัด หรืออยากให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น การเสริมคางอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์พิจารณาได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องผ่าตัดเสริมคาง แพทย์ที่ ONE จะประเมินโครงสร้างกระดูกคาง เนื้อเยื่อ ความหนาของผิว รูปหน้าเดิม ประวัติการทำหัตถการหรือศัลยกรรมเดิม รวมถึงความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการก่อนแนะนำวิธีที่เหมาะสม

A:

การ เสริมคางให้เข้ากับหน้า ต้องดูมากกว่าแค่ “คางยาวเท่าไหร่” หรือ “อยากได้ทรงไหน” เพราะคางที่เหมาะสมควรสัมพันธ์กับองค์ประกอบอื่นของใบหน้า เช่น หน้าผาก จมูก ริมฝีปาก แนวกราม ความยาวใบหน้า และมุมคางกับลำคอ

แพทย์จะประเมินทั้งมุมมองด้านหน้าและด้านข้าง เพื่อดูว่าคางควรเพิ่มความยาว ความพุ่ง หรือความชัดมากน้อยแค่ไหน หากเสริมคางยาวเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูยาวหรือแข็งขึ้น หากเสริมพุ่งเกินไป อาจทำให้คางดูแยกจากโครงหน้าเดิม

ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic การออกแบบคางจึงเน้นความเหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้คางดูรับกับใบหน้าเดิม ไม่แหลมเกินไป ไม่ยาวเกินไป และไม่ทำให้สัดส่วนใบหน้าดูเสียสมดุล ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงหน้าเดิม เทคนิคที่ใช้ และการประเมินของแพทย์

A:

คำถามที่คนค้นหาบ่อยคือ เสริมคาง มีกี่ทรง โดยทั่วไปทรงคางสามารถออกแบบได้หลายแนว เช่น คางละมุนธรรมชาติ คางมน คางเรียว คาง V-shape คางที่ช่วยเพิ่มความยาวเล็กน้อย หรือคางที่ช่วยปรับคางถอยให้สมดุลขึ้น

แต่ในทางการแพทย์ ไม่ควรเลือกทรงคางจากรูปรีวิวหรือภาพตัวอย่างเพียงอย่างเดียว เพราะโครงหน้า เนื้อเยื่อ ความหนาของผิว และกระดูกคางของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทรงที่ดูดีบนใบหน้าคนหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง

ที่ ONE แพทย์จะช่วยประเมินว่าควรเสริมคางแนวไหนให้รับกับใบหน้า เช่น หากใบหน้าสั้นมาก อาจต้องเพิ่มความยาวอย่างพอดี หากคางถอย อาจต้องเน้นความพุ่งและความสมดุลด้านข้าง หากใบหน้ามีกรอบหน้าชัดอยู่แล้ว อาจต้องออกแบบให้คางดูละมุน ไม่ทำให้หน้าดูแข็งเกินไป

A:

เสริมคางด้วยซิลิโคน คือการผ่าตัดวางซิลิโคนทางการแพทย์บริเวณคาง เพื่อปรับรูปทรง ความยาว ความพุ่ง หรือความชัดของคาง เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างคางค่อนข้างชัดเจน หรือมีปัญหาคางสั้น คางถอย ที่ต้องการการแก้ไขในเชิงโครงสร้างมากขึ้น

 

ส่วนฟิลเลอร์คางเป็นการฉีดสารเติมเต็มเพื่อปรับรูปทรงคางโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับบางเคสที่ต้องการปรับเล็กน้อย หรือยังไม่พร้อมผ่าตัด แต่ผลลัพธ์และข้อจำกัดจะแตกต่างจากการเสริมคางด้วยซิลิโคน และต้องประเมินโดยแพทย์ว่าปลอดภัยและเหมาะสมกับใบหน้าหรือไม่

 

ที่ ONE แพทย์จะพิจารณาจากปัญหาหลักของผู้เข้ารับบริการ เช่น ต้องการเพิ่มมิติเล็กน้อย ต้องการแก้คางถอย ต้องการปรับสัดส่วนด้านข้าง หรือเคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อนหรือไม่ เพื่อแนะนำว่าควรเลือก ศัลยกรรมเสริมคาง, ฟิลเลอร์ หรือแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่าในแต่ละเคส

A:

ราคาจะแตกต่างกันตามเทคนิคที่ใช้ ประเภทของซิลิโคน ความซับซ้อนของเคส การออกแบบรูปทรงคาง ตำแหน่งแผล ห้องผ่าตัด และการดูแลหลังผ่าตัด

ในกรณีที่ใช้ 3D Printing Silicone ราคามักขึ้นอยู่กับการออกแบบเฉพาะบุคคลและรายละเอียดของเคส เพราะต้องประเมินโครงหน้า กระดูกคาง เนื้อเยื่อ และเป้าหมายของการเสริมคางอย่างละเอียดก่อนวางแผน

ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic แพทย์จะประเมินใบหน้าและอธิบายทางเลือกที่เหมาะสมก่อนแจ้งราคา เพื่อให้แผนการเสริมคางสอดคล้องกับปัญหาและสัดส่วนใบหน้าของแต่ละบุคคล

A:

ก่อน ผ่าตัดเสริมคาง ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อดูโครงหน้า กระดูกคาง เนื้อเยื่อ ความหนาของผิว ประวัติการทำศัลยกรรมหรือหัตถการเดิม รวมถึงโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้ประจำ และอาหารเสริมที่รับประทานอยู่

โดยทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้หลีกเลี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์ ยาแก้ปวดบางชนิด หรืออาหารเสริมบางประเภทที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบวมช้ำหรือเลือดออก ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ไม่ควรหยุดยาประจำเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

หากมีประวัติฉีดฟิลเลอร์คางมาก่อน เคยเสริมคาง เคยเกิดการอักเสบ หรือมีปัญหาคางเบี้ยว คางเป็นก้อน ควรแจ้งแพทย์อย่างละเอียดก่อนวางแผนผ่าตัด ที่ ONE แพทย์จะประเมินข้อมูลเหล่านี้ร่วมกับโครงสร้างใบหน้า เพื่อช่วยวางแผนการเสริมคางให้เหมาะสมและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

A:

ตำแหน่งแผลของการ ผ่าตัดเสริมคาง อาจมีทั้งแผลในช่องปากและแผลใต้คาง ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่แพทย์เลือกและความเหมาะสมของแต่ละเคส แผลในช่องปากมีข้อดีคือซ่อนแผลไว้ด้านใน แต่ต้องดูแลความสะอาดในช่องปากอย่างเคร่งครัด ส่วนแผลใต้คางช่วยให้แพทย์เข้าถึงตำแหน่งผ่าตัดได้ชัดเจนในบางกรณี แต่จะมีรอยแผลภายนอกที่ต้องดูแลตามคำแนะนำของแพทย์

ระหว่างผ่าตัด แพทย์จะวางแผนการระงับความรู้สึกตามความเหมาะสมของแต่ละเคส หลังผ่าตัดอาจมีอาการบวม ตึง ช้ำ หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณคางได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัว อาการเหล่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

สำหรับคำถามว่า เสริมคางกี่เดือนเข้าที่ โดยทั่วไปคางจะค่อย ๆ ดูเข้าที่มากขึ้นเมื่ออาการบวมลดลงในช่วงหลายสัปดาห์แรก และรูปทรงจะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามการสมานตัวของเนื้อเยื่อ ระยะเวลาที่เข้าที่แตกต่างกันตามเทคนิคผ่าตัด สภาพเนื้อเยื่อ การบวมช้ำ และการดูแลหลังผ่าตัด

A:

หลัง ศัลยกรรมเสริมคาง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ดูแลแผลให้สะอาด หลีกเลี่ยงการกด นวด เท้าคาง หรือกระแทกบริเวณคางในช่วงแรก เพราะอาจกระทบต่อการสมานตัวของเนื้อเยื่อหรือตำแหน่งซิลิโคน

ในช่วงแรก แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเคี้ยวยาก และดูแลความสะอาดในช่องปากเป็นพิเศษหากเป็นแผลด้านใน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณคางจนกว่าแพทย์จะประเมินว่าเหมาะสม

เรื่องคางเบี้ยว ซิลิโคนเอียง หรือคางเป็นก้อน เป็นสิ่งที่ผู้เข้ารับบริการหลายคนกังวล ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น โครงสร้างคางเดิม ความไม่สมดุลของกระดูกหรือเนื้อเยื่อ การเลือกขนาดซิลิโคน การวางตำแหน่งซิลิโคน การบวมในช่วงแรก หรือการดูแลหลังผ่าตัด หากมีอาการผิดปกติ ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรนวด กด หรือพยายามแก้เอง

ที่ ONE Surgery & Aesthetics จะมีการให้คำแนะนำหลังผ่าตัดและนัดติดตามอาการ เพื่อประเมินแผล อาการบวม และตำแหน่งคางตามความเหมาะสม

A:

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา คลินิกเสริมคาง หรือ เสริมคางกรุงเทพ ที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำและการออกแบบเฉพาะบุคคล ONE Surgery & Aesthetics Clinic วางแผน ศัลยกรรมเสริมคาง โดยเริ่มจากการประเมินโครงหน้าอย่างละเอียด ทั้งใบหน้าด้านหน้า ด้านข้าง แนวกราม ริมฝีปาก คอ ความยาวคาง ความพุ่งของคาง และความสมดุลโดยรวมของใบหน้า

ในเคสที่เหมาะสม แพทย์อาจใช้ CT Scan และการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าแบบ 3 มิติ เพื่อประเมินกระดูกคาง ความหนาของเนื้อเยื่อ ความสมมาตรของใบหน้า และตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการวางซิลิโคน ก่อนออกแบบ 3D Printing Silicone หรือซิลิโคนเสริมคางเฉพาะบุคคลให้รับกับโครงหน้าเดิมมากขึ้น

จุดเด่นของ ONE คือการวางแผนที่ไม่ได้ดูเพียงว่า “อยากได้คางทรงไหน” แต่ประเมินว่า “คางแบบไหนเหมาะกับใบหน้านี้จริง ๆ” เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกซิลิโคนที่ยาวเกินไป พุ่งเกินไป หรือไม่รับกับโครงหน้าเดิม ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า เนื้อเยื่อ เทคนิคผ่าตัด และการดูแลหลังผ่าตัดของแต่ละบุคคล

ONE ให้ความสำคัญกับการประเมินโดยแพทย์ การวางแผนด้วยข้อมูลทางกายวิภาค เทคนิคผ่าตัดที่เหมาะกับแต่ละเคส ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน และการดูแลหลังผ่าตัดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การ ผ่าตัดเสริมคาง เป็นไปอย่างรอบคอบ ปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์ และสอดคล้องกับสัดส่วนใบหน้าของผู้เข้ารับบริการมากที่สุดเท่าที่ทำได้