Call Call LINE Line WhatsApp WhatsApp Google Map Google-Map

LINE

Whatapps

Location

Phone

ศัลยกรรมตาล่าง

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ผ่าตัดถุงใต้ตา
Lower Bleph

“แก้ถุงและร่องพร้อมกัน ไม่ทิ้งรอยแผลนอก”

ใต้ตาที่ดูโทรมมักไม่ได้เกิดจาก “ถุงไขมัน” อย่างเดียว แต่เกิดจากถุงไขมันที่ดันออกมา ร่องน้ำตาที่ลึกลงไป และหนังใต้ตาที่หย่อนตัว เกิดขึ้นพร้อมกัน Lower Bleb คือการประเมินทั้งสามปัจจัยแล้ววางแผนแก้ในการผ่าตัดครั้งเดียว เพื่อให้รอยต่อระหว่างเปลือกตากับแก้มเรียบเป็นเนื้อเดียว ไม่ใช่แค่ “แบนลง”

WHAT IS LOWER BLEB

Lower Bleb คืออะไร ทำไม “ถุงใต้ตา” กับ “ร่องน้ำตา” จึงมาคู่กันเสมอ

Lower Bleb ย่อมาจาก Lower Blepharoplasty คือการผ่าตัดตกแต่งเปลือกตาล่าง เพื่อจัดการไขมันเบ้าตาที่ยื่นออกมา ปรับรอยต่อระหว่างเปลือกตากับแก้มให้เรียบ และเอาหนังส่วนเกินออกในกรณีที่จำเป็น

เปลือกตาล่างมีผิวหนังที่บางที่สุดในร่างกาย หนาเพียงประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ใต้ผิวลงไปเป็นกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis oculi) ถัดลงไปเป็นแผ่นเยื่อกั้นเบ้าตา (Orbital septum) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนผนังกั้นไม่ให้ไขมันในเบ้าตายื่นออกมาด้านหน้า และหลังแผ่นเยื่อนี้คือไขมันเบ้าตาชั้นล่าง 3 กระเปาะ ได้แก่ กระเปาะด้านหัวตา กระเปาะกลาง และกระเปาะด้านหางตา

เมื่ออายุมากขึ้น แผ่นเยื่อกั้นเบ้าตาจะหย่อนและบางลง ไขมันที่เคยถูกกั้นไว้จึงดันตัวออกมาด้านหน้า กลายเป็นถุงใต้ตาที่มองเห็นเป็นก้อนนูน ขณะเดียวกันบริเวณขอบล่างของเบ้าตามีเอ็นยึด (Tear trough ligament) ที่ยึดผิวหนังติดกับกระดูกไว้แน่น จุดนั้นจึงยุบลงเป็นร่องน้ำตา

นี่คือเหตุผลที่คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีแค่ปัญหาเดียว แต่มี “ถุงนูนอยู่ด้านบน ร่องลึกอยู่ด้านล่าง” เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ และเป็นเหตุผลที่การเอาไขมันออกอย่างเดียวอาจไม่ทำให้ใต้ตาดูดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง

จุดที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน

การผ่าตัดใต้ตาที่ดีไม่ได้วัดจาก “เอาไขมันออกได้มากแค่ไหน” แต่วัดจากรอยต่อระหว่างเปลือกตากับแก้ม (Lid–cheek junction) ว่าเรียบต่อเนื่องหรือไม่ การเอาไขมันออกมากเกินไปโดยไม่จัดการร่องน้ำตา มักทำให้ใต้ตาดูลึก โบ๋ และดูอายุมากกว่าเดิม

โครงสร้างเปลือกตาล่าง 5 ชั้น

01

ผิวหนัง (Skin)

บางที่สุดในร่างกาย เสียความยืดหยุ่นเร็ว เกิดริ้วรอยก่อนบริเวณอื่น

02

กล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis oculi)

พยุงเปลือกตาล่าง ถ้าหย่อนจะเกิดรอยพองเป็นสัน

03

เยื่อกั้นเบ้าตา (Orbital septum)

ผนังกั้นไขมัน เมื่อหย่อนคือจุดเริ่มต้นของถุงใต้ตา

04

ไขมันเบ้าตา 3 กระเปาะ

หัวตา กลาง หางตา แต่ละกระเปาะยื่นไม่เท่ากันในแต่ละคน

05

เยื่อบุตาด้านใน (Conjunctiva)

ช่องทางเข้าผ่าตัดของเทคนิคเจาะในที่ไม่ทิ้งแผลภายนอก

ปัญหาใต้ตามี 4 แบบ และไม่ใช่ทุกแบบที่แก้ได้ด้วยการผ่าตัด

คนไข้จำนวนมากเข้ามาปรึกษาด้วยคำว่า “ใต้ตาคล้ำ” หรือ “มีถุงใต้ตา” แต่เมื่อตรวจจริงพบว่าต้นเหตุต่างกันโดยสิ้นเชิง การแยกให้ถูกตั้งแต่ต้นคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดว่าควรผ่าตัดหรือไม่

ถุงไขมันใต้ตายื่น

Fat herniation

เห็นเป็นก้อนนูนใต้ขอบตาล่าง ชัดขึ้นเมื่อเงยหน้าหรือมองขึ้นด้านบน และมักชัดที่สุดตอนตื่นนอน หลายคนสังเกตว่าเวลาถ่ายรูปโดนแสงจากด้านบนแล้วเห็นเงาใต้ก้อน

แก้ได้ด้วย การตัดหรือจัดเรียงไขมันใต้ตา

ร่องน้ำตาลึก

Tear trough deformity

เห็นเป็นก้อนนูนใต้ขอบตาล่าง ชัดขึ้นเมื่อเงยหน้าหรือมองขึ้นด้านบน และมักชัดที่สุดตอนตื่นนอน หลายคนสังเกตว่าเวลาถ่ายรูปโดนแสงจากด้านบนแล้วเห็นเงาใต้ก้อน

แก้ได้ด้วย การจัดเรียงไขมัน หรือการเติมวอลุ่ม

หนังใต้ตาหย่อนและริ้วรอย

Sagging under-eye skin and wrinkles

ผิวใต้ตาเหี่ยว มีรอยย่นเป็นเส้นละเอียด บางรายมีรอยพองเป็นสันจากกล้ามเนื้อที่หย่อน ทดสอบง่าย ๆ ด้วยการหยิบผิวใต้ตาเบา ๆ ถ้าหนังยกขึ้นได้มากแสดงว่ามีส่วนเกิน

แก้ได้ด้วย การตัดหนังส่วนเกินร่วมกับการพยุงกล้ามเนื้อ

ร่องน้ำตาลึก

Tear trough deformity

ผิวใต้ตามีสีเข้มขึ้นจากเม็ดสีสะสม หรือเห็นเส้นเลือดสีม่วงอมฟ้าผ่านผิวที่บาง พบมากในคนไข้เอเชียและมักเป็นตั้งแต่อายุน้อย โดยที่ไม่มีถุงไขมันร่วมด้วย

การผ่าตัดไม่ได้แก้ปัญหานี้ ต้องดูแลด้วยการรักษาผิวหรือเลเซอร์ หากผ่าตัดโดยเข้าใจผิดว่าจะทำให้ขาวขึ้น ผลลัพธ์จะไม่ตรงกับความคาดหวัง

ทดสอบเบื้องต้นก่อนเข้าปรึกษา

การทดสอบ วิธีทำ สิ่งที่บอกได้
มองขึ้นด้านบน เงยหน้าเล็กน้อยแล้วมองขึ้น ส่องกระจกดูใต้ตา ถ้าก้อนนูนชัดขึ้น แสดงว่าเป็นไขมันใต้ตายื่นจริง ไม่ใช่แค่บวมน้ำ
หยิบผิว (Pinch test) ใช้นิ้วหยิบผิวใต้ตาเบา ๆ แล้วสังเกตว่าผิวยืดได้มากน้อยแค่ไหน ยกได้มาก = มีหนังส่วนเกิน มีโอกาสต้องตัดหนังร่วมด้วย
ดึงแล้วปล่อย (Snap-back test) ดึงเปลือกตาล่างลงเบา ๆ แล้วปล่อย ดูว่ากลับเข้าที่เร็วแค่ไหน กลับช้า = เปลือกตาล่างหย่อน อาจต้องเสริมการพยุงหางตา เพื่อลดความเสี่ยงตาแฉะ
ดูโครงหน้าด้านข้าง ถ่ายรูปด้านข้าง ดูว่าลูกตายื่นล้ำกว่าโหนกแก้มหรือไม่ ถ้าลูกตายื่นกว่าโหนกแก้ม ต้องวางแผนอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
เปรียบเทียบเช้า–เย็น สังเกตว่าอาการแตกต่างกันมาก ระหว่างตื่นนอนกับตอนเย็นหรือไม่ ต่างกันมาก = มีองค์ประกอบของอาการบวมน้ำ ควรหาสาเหตุก่อนตัดสินใจผ่าตัด

การทดสอบเหล่านี้ใช้เพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น การประเมินจริงต้องทำโดยแพทย์

กรณีที่ควรชะลอการผ่าตัดไว้ก่อน

หากมีอาการบวมใต้ตาที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนตามช่วงเวลาของวัน มีประวัติภูมิแพ้ ไทรอยด์ โรคไต หรือมีถุงบวมน้ำเป็นกระเปาะบริเวณโหนกแก้ม ควรตรวจหาสาเหตุและรักษาให้คงที่ก่อน เพราะการผ่าตัดในภาวะเหล่านี้อาจทำให้อาการบวมแย่ลงและผลลัพธ์ไม่คงที่

3 หัตถการหลักของการผ่าตัดตาล่าง

คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องทำครบทั้งสามอย่าง แพทย์จะเลือกเฉพาะหัตถการที่ตรงกับโครงสร้างของแต่ละคน เพราะการทำมากเกินความจำเป็นในเปลือกตาล่างมีความเสี่ยงมากกว่าการทำน้อยไป

ตัดถุงไขมันใต้ตา

Transconjunctival Fat Removal — เทคนิคเจาะในเปลือกตา

เป็นหัตถการที่ตรงกับความต้องการของคนไข้มากที่สุด แพทย์จะเปิดแผลด้านในเปลือกตาล่าง ผ่านเยื่อบุตา ซึ่งเป็นด้านที่มองไม่เห็นจากภายนอก แล้วเข้าถึงกระเปาะไขมันทั้งสามโดยตรง จากนั้นเล็มไขมันเฉพาะส่วนที่ยื่นเกินออก

ข้อดีที่สำคัญของเส้นทางนี้คือไม่มีการตัดกล้ามเนื้อรอบดวงตา
และไม่รบกวนโครงสร้างที่พยุงเปลือกตาล่าง จึงมีความเสี่ยงต่อภาวะเปลือกตาล่างแบะออกต่ำกว่าการผ่าตัดผ่านผิวหนัง
อย่างมาก และไม่ต้องตัดไหมเพราะใช้ไหมละลายหรือไม่เย็บเลยในบางกรณี

ตัดถุงไขมันใต้ตา

เหมาะกับใคร

ทำไมช่วงพักฟื้นจึงนานกว่า

การจัดเรียงไขมันต้องเลาะเนื้อเยื่อบริเวณขอบเบ้าตาเพื่อสร้างช่องวางไขมัน จึงมีอาการบวมและช้ำมากกว่าการเล็มไขมันธรรมดาในช่วงสองสัปดาห์แรก และรูปทรงสุดท้ายมักเข้าที่ในช่วงเดือนที่ 3 ถึง 6 ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหัตถการนี้

ประเด็น รายละเอียด
ตำแหน่งแผล ใต้ขนตาล่าง ยาวตามความจำเป็น
อาจต่อเข้าไปในรอยย่นหางตา
การระงับความรู้สึก ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับ หรือดมยาสลบ
ระยะเวลา ประมาณ 60–90 นาที
เมื่อทำร่วมกับการจัดการไขมัน
การตัดไหม ประมาณวันที่ 5–7
รอยแผล ช่วงแรกเห็นเป็นเส้นบาง ค่อย ๆ จางลงในช่วง
3–6 เดือน
ความเสี่ยงเฉพาะ เปลือกตาล่างแบะออกหรือเห็นตาขาวด้านล่างมากขึ้น หากตัดหนังมากเกินไป

จัดเรียงไขมันใต้ตา

Fat Repositioning / Transposition — ย้ายไขมันไปเติมร่องน้ำตา

แทนที่จะทิ้งไขมันที่ยื่นออกมา แพทย์จะคลายเอ็นที่ยึดขอบเบ้าตาไว้ แล้วเลื่อนไขมันส่วนนั้นลงไปวางในตำแหน่งร่องน้ำตา จากนั้นยึดไว้ให้อยู่ในตำแหน่งใหม่ ผลคือส่วนที่นูนยุบลง และส่วนที่เป็นร่องถูกเติมขึ้นมาในการทำครั้งเดียว

หัตถการนี้ตอบโจทย์ปัญหาที่พบมากที่สุดในคนไข้เอเชีย คือมีถุงไขมันยื่นและร่องน้ำตาลึกพร้อมกัน ซึ่งถ้าเลือกเอาไขมันออกอย่างเดียว ร่องน้ำตาจะยิ่งเด่นขึ้นเพราะสูญเสียปริมาตรที่เคยรองรับอยู่

จัดเรียงไขมันใต้ตา

เหมาะกับใคร

ข้อควรรู้ที่สำคัญที่สุดของหัตถการนี้

ไขมันเบ้าตาที่เอาออกไปแล้วไม่กลับมาอีก การเล็มออกมากเกินไปเพื่อให้ “แบนที่สุด” ในวันผ่าตัด มักทำให้ใต้ตาดูลึกและโหลเมื่อเวลาผ่านไป และแก้ไขยากกว่าการเหลือไว้เกินเล็กน้อย แนวทางมาตรฐานจึงเป็นการเล็มแบบระมัดระวังและปรับให้เท่ากันทั้งสองข้างขณะคนไข้อยู่ในท่านั่ง

แนวทาง ข้อดี ข้อจำกัด
จัดเรียงไขมัน ใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง อยู่ได้ระยะยาว
แก้ถุงและร่องพร้อมกัน
บวมนานกว่าการเอาไขมันออกอย่างเดียว
เป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยความชำนาญ
ฉีดฟิลเลอร์ ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลทันที ปรับแก้ได้ อยู่ชั่วคราว ไม่ได้แก้ถุงไขมัน
หากฉีดผิดชั้นอาจบวมหรือเห็นเป็นก้อนสีฟ้า
ฉีดไขมันตัวเอง เติมปริมาตรได้มาก ใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง ปริมาณที่คงอยู่คาดเดายาก
ผิวใต้ตาบางจึงเสี่ยงเห็นเป็นก้อนไม่เรียบ

ตัดหนังส่วนเกินใต้ตา

Skin / Skin–Muscle Flap Excision

เมื่อผิวใต้ตาหย่อนจนมีส่วนเกินชัดเจน การจัดการไขมันอย่างเดียวจะไม่ทำให้ผิวเรียบขึ้น หัตถการนี้แพทย์จะเปิดแผลใต้ขนตาล่างประมาณ 1–2 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แผลกลืนไปกับแนวขนตาและรอยพับธรรมชาติได้ดีที่สุด

หลังจัดการไขมันเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะประเมินหนังส่วนเกิน
ขณะให้คนไข้มองขึ้นเพื่อดูปริมาณที่ตัดได้จริงโดยไม่ดึงเปลือกตาล่างลง แล้วจึงตัดออกอย่างระมัดระวัง พร้อมพยุงกล้ามเนื้อรอบดวงตาขึ้นไป
ยึดกับขอบกระดูกด้านหางตาเพื่อคงรูปทรงเปลือกตาไว้

เหมาะกับใคร

การพยุงหางตาที่มักทำร่วมกัน

ในคนไข้ที่เปลือกตาล่างหย่อนหรือลูกตายื่นกว่าโหนกแก้ม แพทย์มักเสริมการยึดเอ็นหางตาให้ตึงขึ้นในการผ่าตัดเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เปลือกตาล่างถูกดึงลงหลังผ่าตัด ขั้นตอนนี้ไม่ได้ทำให้ตาเปลี่ยนรูป แต่เป็นการรักษาตำแหน่งเดิมของเปลือกตาไว้

ประเด็น รายละเอียด
ตำแหน่งแผล ด้านในเปลือกตาล่าง
ไม่มีแผลที่มองเห็นจากภายนอก
การระงับความรู้สึก ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับ
หรือดมยาสลบตามความเหมาะสม
ระยะเวลา ประมาณ 45–60 นาที
การตัดไหม ไม่ต้องตัดไหม
กลับไปทำงาน ประมาณ 3–5 วัน
ข้อจำกัด ไม่ได้แก้หนังส่วนเกินและไม่ได้เติมร่องน้ำตา

แผลนอก แผลใน เลือกอย่างไรให้ตรงกับโครงสร้างของตัวเอง

สองเส้นทางนี้ไม่มีอันไหนดีกว่ากันโดยตัวมันเอง แต่ละแบบเหมาะกับสภาพผิวและปริมาณไขมันที่ต่างกัน การเลือกผิดคือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของผลลัพธ์ที่ไม่ตรงความคาดหวัง

หัวข้อเปรียบเทียบ แผลใน แผลนอก
แผลภายนอก ไม่มี มี แต่ซ่อนอยู่ใต้แนวขนตา
จัดการไขมัน ทำได้ดี ทั้งเล็มออกและจัดเรียงใหม่ ทำได้ดีเช่นกัน
จัดการหนังส่วนเกิน ทำไม่ได้ ต้องใช้วิธีอื่นเสริม ทำได้โดยตรง
ปรับกล้ามเนื้อที่หย่อน ทำได้จำกัด ทำได้ พร้อมพยุงกล้ามเนื้อขึ้น
ความเสี่ยงเปลือกตาล่างแบะ ต่ำ สูงกว่า จึงต้องประเมินความหย่อนก่อนเสมอ
ระยะพักฟื้นเบื้องต้น ประมาณ 3–5 วัน ประมาณ 5–7 วัน และตัดไหม
กลุ่มอายุที่พบบ่อย ประมาณ 25–45 ปี ประมาณ 45 ปีขึ้นไป

แนวทางที่แพทย์ใช้ตัดสินใจ

CASE A

มีถุงไขมัน ผิวยังตึง

เลือกเทคนิคเจาะในและเล็มไขมันแบบระมัดระวัง หากมีร่องน้ำตาร่วมด้วยจะจัดเรียงไขมันไปเติมร่องในคราวเดียวกัน

CASE B

มีถุงไขมัน และหนังเกินเล็กน้อย

จัดการไขมันจากด้านในเปลือกตา แล้วหยิบตัดผิวเป็นแถบบางใต้ขนตาเพิ่ม เป็นแนวทางที่รบกวนโครงสร้างน้อย

CASE C

หนังหย่อนมาก กล้ามเนื้อหย่อน

เลือกเทคนิคผ่านผิวหนัง ตัดหนังส่วนเกินพร้อมพยุงกล้ามเนื้อ และเสริมการยึดหางตาเมื่อจำเป็น

สิ่งที่ควรถามแพทย์ในวันปรึกษา

ปัญหาของฉันเป็นแบบไหนใน 4 ประเภท จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ จะใช้เทคนิคใดและเพราะอะไร จะเอาไขมันออกหรือจัดเรียงใหม่ ต้องตัดหนังร่วมด้วยหรือไม่ ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริงคือระดับใด และมีความเสี่ยงเฉพาะตัวอะไรบ้างจากโครงสร้างของฉัน

ประเมินด้วยภาพจริง ออกแบบก่อนตัดสินใจ

ใต้ตาเป็นบริเวณที่ความแตกต่างเล็กน้อยเห็นผลชัดมาก การประเมินจึงไม่ได้ดูแค่ตอนนั่งตรงหน้ากระจก แต่ต้องดูหลายมุมและหลายท่าทาง

สิ่งที่แพทย์ตรวจในวันปรึกษา

ทำไมต้องดูภาพถ่ายหลายมุม

ถุงใต้ตาและร่องน้ำตาเป็นเรื่องของเงา แสงจากด้านบนทำให้เห็นชัด แสงจากด้านหน้าทำให้ดูจางลง การถ่ายภาพในสภาพแสงมาตรฐานเดียวกันทั้งก่อนและหลัง จึงเป็นวิธีเดียวที่ประเมินผลลัพธ์ได้อย่างตรงไปตรงมา

ผ่าตัดถุงใต้ตา Lower Bleph

ประเมินด้วยภาพจริง ออกแบบก่อนตัดสินใจขั้นตอนตั้งแต่วันปรึกษาจนถึงวันติดตามผล

01

ปรึกษาและตรวจประเมิน

ตรวจโครงสร้างใต้ตา แยกประเภทปัญหา ถ่ายภาพประเมิน และสรุปว่าจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่

02

ออกแบบแผนผ่าตัด

เลือกเทคนิคและหัตถการที่ต้องทำ อธิบายผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริงพร้อมความเสี่ยงเฉพาะบุคคล

03

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ตรวจสุขภาพตามความจำเป็นแจ้งยาและอาหาร
เสริมที่ใช้อยู่ งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัว
ของเลือดตามคำสั่งแพทย์

04

วันผ่าตัด

มาร์กตำแหน่งขณะนั่ง ระงับความรู้สึกตามแผน ผ่าตัดประมาณ 45–90 นาที และตรวจความเท่ากันในท่านั่งก่อนปิดแผล

05

พักฟื้นและตัดไหม

ประคบตามคำแนะนำ นัดตัดไหมประมาณ
วันที่ 5–7 สำหรับเทคนิคผ่านผิวหนัง

06

ติดตามผลระยะยาว

นัดติดตามที่ 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อประเมินรูปทรงสุดท้ายและการจางของ
รอยแผล

RECOVERY TIMELINE

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดตาล่าง และไทม์ไลน์การฟื้นตัว

ระยะเวลาฟื้นตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นกับจำนวนหัตถการที่ทำ ความหนาของเปลือกตา และการดูแลตัวเองในช่วงสองสัปดาห์แรก

วันที่ 0–2

ช่วงบวมมากที่สุด

ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาครั้งละ 15–20 นาที ทุก 1–2 ชั่วโมงในเวลาตื่น นอนหนุนหมอนสูง หลีกเลี่ยงการก้มหน้าเป็นเวลานาน

วันที่ 3–5

บวมเริ่มลดลง

เปลี่ยนมาประคบอุ่นเพื่อช่วยสลายรอยช้ำ ทำความสะอาดแผลตามที่พยาบาลแนะนำ เริ่มทำงานเบา ๆ ที่บ้านได้

วันที่ 5–7

ตัดไหม

แพทย์นัดตัดไหม ชั้นตายังดูสูงและหนากว่าผลลัพธ์จริง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของช่วงนี้

สัปดาห์ที่ 2

กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้

อาการบวมลดลงชัดเจน สามารถแต่งหน้าบริเวณเปลือกตาได้เมื่อแผลปิดสนิทและแพทย์อนุญาต

สัปดาห์ที่ 4–6

ชั้นตาเริ่มเข้าที่

ความสูงชั้นตาลดลงใกล้เคียงผลลัพธ์จริง เริ่มกลับไปออกกำลังกายได้ตามคำแนะนำแพทย์

เดือนที่ 3–6

ผลลัพธ์เข้าที่สมบูรณ์

แผลจางลงและนิ่มขึ้น ชั้นตาเข้าที่เต็มที่ เป็นช่วงที่ประเมินผลลัพธ์สุดท้ายได้อย่างแม่นยำ

สิ่งที่ควรทำ

สิ่งที่ควรเลี่ยง

ผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่ควรทราบ

พบได้บ่อยและหายเองได้

พบได้น้อยแต่ต้องเฝ้าระวัง

เมื่อไหร่ที่ควรรีบติดต่อแพทย์

หากมีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตาบวมแดงมากผิดปกติ มีหนองหรือเลือดออกจากแผลไม่หยุด มีไข้ หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ให้ติดต่อคลินิกทันทีโดยไม่ต้องรอถึงวันนัด

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล

ที่คุณวางใจได้

ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด ONE Surgery ลงทุนกับห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ระดับโรงพยาบาลเฉพาะทาง

ห้องผ่าตัดระบบ Positive Pressure · มาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom

ห้องผ่าตัดมาตรฐาน Positive Pressure ปลอดเชื้อสำหรับการทำศัลยกรรมดึงหน้า

Positive Pressure Clean Room

ระบบควบคุมอากาศมาตรฐาน ISO เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและรักษาสภาวะแวดล้อมที่สะอาดที่สุดในระหว่างผ่าตัด

วิสัญญีแพทย์และระบบมอนิเตอร์ดูแลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ตลอดการผ่าตัดดึงหน้า

Real-time Patient Monitoring

ระบบติดตามสัญญาณชีพแบบ Real-time ตลอดการผ่าตัดควบคุมโดยวิสัญญีแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

อุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานสำหรับการศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก

Sterile Instrument Protocol

อุปกรณ์ผ่าตัดผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อระดับ Hospital-grade ทุกชิ้น ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น

ห้องผ่าตัดมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพครบครันเพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดดึงหน้า

Emergency Readiness

ห้องผ่าตัดพร้อมด้วยอุปกรณ์กู้ชีพครบครันและทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกรับมือ
เหตุการณ์ฉุกเฉิน

10 — Q & A

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ
ศัลยกรรมตาบน (FAQs)

Q : ตัดถุงไขมันออกกับจัดเรียงไขมัน ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

A : การตัดออกคือการเล็มไขมันส่วนเกินทิ้งไป เหมาะกับคนที่มีถุงนูนแต่ไม่มีร่องน้ำตาลึก ส่วนการจัดเรียงคือการย้ายไขมันก้อนเดิมลงไปเติมในร่อง เหมาะกับคนที่มีทั้งถุงและร่องพร้อมกัน ซึ่งเป็นลักษณะที่พบบ่อยที่สุด แพทย์จะตัดสินใจจากความลึกของร่องและปริมาณไขมันที่มีอยู่จริง

A : ขึ้นอยู่กับว่ารอยคล้ำเกิดจากอะไร ถ้าคล้ำเพราะเงาจากถุงไขมันและร่องน้ำตา การผ่าตัดจะช่วยได้ชัดเจน แต่ถ้าคล้ำเพราะเม็ดสีสะสมในผิวหรือเส้นเลือดที่มองเห็นผ่านผิวบาง การผ่าตัดจะไม่ทำให้ผิวขาวขึ้น หลายคนมีทั้งสองอย่างรวมกัน จึงต้องแยกให้ชัดในวันปรึกษาเพื่อตั้งความคาดหวังให้ตรงกับความจริง

A : เทคนิคเจาะในเปลือกตาไม่มีแผลภายนอกเลย เพราะเปิดแผลจากด้านในเยื่อบุตา ส่วนเทคนิคผ่านผิวหนังจะมีแผลใต้ขนตาล่างประมาณ 1–2 มิลลิเมตร ซึ่งซ่อนอยู่ในแนวขนตา ช่วงแรกเห็นเป็นเส้นสีชมพูจาง และมักจางจนกลืนกับผิวในช่วง 3–6 เดือน

A : ไขมันเบ้าตาที่เอาออกหรือย้ายตำแหน่งไปแล้วไม่กลับมาเป็นก้อนเดิม ผลลัพธ์ของการจัดการไขมันจึงถือว่าอยู่ได้ระยะยาว แต่ผิวหนังและกล้ามเนื้อยังคงเสื่อมตามอายุต่อไป จึงอาจเกิดหนังหย่อนหรือริ้วรอยเพิ่มขึ้นในอนาคต การดูแลผิวและป้องกันแดดอย่างสม่ำเสมอช่วยยืดระยะเวลาผลลัพธ์ได้

A : ไม่มีเกณฑ์อายุตายตัว เพราะบางคนมีถุงไขมันใต้ตาตั้งแต่อายุยี่สิบต้นจากลักษณะทางพันธุกรรม ขณะที่บางคนอายุห้าสิบแล้วยังไม่มีปัญหา สิ่งที่แพทย์ดูคือโครงสร้างจริงในวันตรวจ ได้แก่ ปริมาณไขมัน ความลึกของร่อง และความยืดหยุ่นของผิว ไม่ใช่ตัวเลขอายุ

A : โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที ขึ้นกับจำนวนหัตถการที่ทำร่วมกัน ระหว่างผ่าตัดใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับหรือดมยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บ หลังผ่าตัดมักรู้สึกตึงและระบมมากกว่าปวด ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ประมาณวันที่ 5–7 ส่วนเทคนิคเจาะในอาจเร็วกว่าประมาณ 3–5 วัน

A : ถ้าปัญหาหลักคือร่องตื้น ๆ โดยไม่มีถุงไขมันยื่น การฉีดสารเติมเต็มเป็นทางเลือกที่รบกวนน้อยกว่า แต่ถ้ามีถุงไขมันยื่นชัดร่วมด้วย การฉีดจะเป็นการเติมส่วนที่ต่ำให้เท่าส่วนที่นูน ซึ่งทำให้ใต้ตาดูอวบขึ้นและบางรายดูบวมกว่าเดิม กรณีนี้การผ่าตัดจัดการที่ต้นเหตุจะตรงกว่า

A : ผ่าตัดได้ แต่ต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบชนิดของสารที่ฉีด ปริมาณ และช่วงเวลาที่ฉีดครั้งล่าสุด เพราะสารเติมเต็มที่ยังคงอยู่จะทำให้ประเมินปริมาตรจริงคลาดเคลื่อน ในหลายกรณีแพทย์อาจแนะนำให้สลายสารเติมเต็มหรือรอให้สลายไปก่อน เพื่อให้เห็นโครงสร้างที่แท้จริงก่อนวางแผนผ่าตัด

A : ทำพร้อมกันได้และเป็นเรื่องที่พบบ่อย เพราะช่วยให้พักฟื้นรอบเดียว และแพทย์ประเมินความสมดุลของดวงตาทั้งบนและล่างไปพร้อมกันได้ อย่างไรก็ตามอาการบวมจะมากกว่าและระยะพักฟื้นยาวกว่าการทำเพียงส่วนเดียว แพทย์จะพิจารณาจากสุขภาพโดยรวมและระยะเวลาที่คนไข้เตรียมไว้สำหรับการพักฟื้น

A : ส่วนใหญ่เกิดจากการเอาไขมันออกมากเกินไปโดยไม่ได้ประเมินร่องน้ำตาและปริมาตรของโหนกแก้มร่วมด้วย เมื่อไขมันที่เคยรองรับหายไป เงาใต้ตาจึงลึกลงและดูอายุมากขึ้น การป้องกันคือเล็มไขมันแบบระมัดระวัง เลือกจัดเรียงไขมันแทนการทิ้งในเคสที่เหมาะสม และตรวจความเท่ากันในท่านั่งก่อนปิดแผลเสมอ