ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ช่วยเติมเต็มความมั่นใจในผลลัพธ์ ด้วยการดูแลจากศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง โดดเด่นด้วยการทำศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกแบบ Preservative Deep Plane Facelift จาก ONE Surgery & Aesthetics Clinic ที่ออกแบบมาเพื่อถนอมเนื้อเยื่อ ให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และมีระยะพักฟื้นสั้น ช่วยยกกระชับใบหน้าให้กลับมาแลดูสดใสอีกครั้ง
เทคโนโลยีซิลิโคนเฉพาะบุคคล
ในวัยที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อย การพึ่งพาเพียงการฉีดหรือหัตถการเครื่องมืออาจให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราวและต้องกลับมาดูแลซ้ำ ยิ่งหากเติมโปรแกรมฟิลเลอร์มากเกินไป ใบหน้าอาจดูบวม ล้น ไม่เป็นธรรมชาติ การผ่าตัดดึงหน้าจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift หรือ Rhytidectomy) คือ การผ่าตัดยกกระชับผิวและชั้นเนื้อเยื่อใบหน้าตลอดจนลำคอที่หย่อนคล้อยตามวัย เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยและช่วยให้โครงหน้าแลดูอ่อนเยาว์ลง โดยการผ่าตัดดึงหน้าในปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคไปมาก โดยเฉพาะที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ซึ่งเน้นเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane Space) ที่ให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ และช่วยคงความกระชับของใบหน้าได้อย่างเหมาะสม
การทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ดูแลโดย นพ.ภาณุทัศน์ ปิยะนันทสมดี (หมอโบ๊ทตี้) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ด้วยเทคนิคซิกเนเจอร์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคล เป็นทางเลือกที่ช่วยยกกระชับโครงสร้างใบหน้าในกล้ามเนื้อชั้นลึก (Deep Plane) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แตกต่างจากการดึงหน้าชั้น SMAS ทั่วไป พร้อมช่วยถนอมเนื้อเยื่อโดยรอบ เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับที่เรียบเนียนและแลดูเป็นธรรมชาติ
ช่วยจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ดึงให้ผิวตึง
ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะทำการเลาะในระดับชั้น SMAS อย่างระมัดระวัง เพื่อจัดการกับเส้นยึดผิวหนัง (Retaining Ligaments) ที่ตรึงความหย่อนคล้อยเอาไว้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้การจัดโครงสร้างใบหน้าและไขมันแก้มส้มในแนวดิ่งเป็นไปอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการใช้เทคนิคที่คำนึงถึงเส้นเลือดและเส้นประสาทโดยรอบ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดแรงตึงรั้งที่ผิวหนังชั้นนอก และมีส่วนช่วยดูแลเรื่องอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด ซึ่งช่วยให้ผู้รับบริการใช้ระยะเวลาพักฟื้นอย่างเหมาะสม
แทนที่จะดึงผิวให้ตึงเพียงอย่างเดียวจนหน้าดูแบนและตึงรั้ง (Windblown Look) เทคนิคดึงหน้าชั้นลึกของคุณหมอโบ๊ทตี้ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะใช้วิธี “ย้ายตำแหน่งก้อนไขมันใบหน้า” ที่เคยตกคล้อย ให้กลับขึ้นไปอยู่ในจุดที่เหมาะสม ใบหน้าจึงกลับมาดูอิ่มฟู และแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ศัลยแพทย์ให้ความสำคัญกับเรื่องรอยแผลเป็นอย่างมาก จึงใช้เทคนิคการเย็บซ่อนไหมตามรอยหยักธรรมชาติของใบหูและโอบล้อมไปด้านหลัง เส้นแผลจึงเนียนเรียบไปกับผิว และไม่มีการดึงรั้งจนทำให้ติ่งหูผิดรูป (No Pixie Ear) คนไข้จึงสามารถรวบผมได้อย่างมั่นใจเมื่อแผลสมานตัวดี
ศัลยแพทย์จะทำการเลาะลงลึกไปใต้ชั้น SMAS เพื่อไปปลดล็อคเส้นยึดผิวหนัง (Retaining Ligaments) ที่ตรึงความหย่อนคล้อยเอาไว้ทำให้สามารถยกกระชับ โครงสร้างใบหน้าและไขมันแก้มส้มขึ้นในแนวดิ่งได้อย่างเป็นอิสระโดยไม่เกิดแรงตึงรั้งที่ผิวหนังชั้นนอก
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เทคนิคที่เลือกใช้มีผลโดยตรงต่อการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ตารางนี้จะเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการดึงหน้าแบบทั่วไปในชั้น SMAS และเทคนิคดึงหน้าชั้นลึก Preservative Deep Plane Facelift ว่าแบบไหนเหมาะสมกับโครงหน้าของคุณ
การดึงหน้าแบบทั่วไปอาจช่วยให้ผิวดูตึงขึ้นชั่วคราว แต่เทคนิค Preservative Deep Plane Facelift ของหมอโบ๊ทตี้ คือศัลยกรรมดึงหน้าย้อนวัยที่ลงลึกถึงต้นตอความหย่อนคล้อย เป็นการ “จัดตำแหน่งความอ่อนเยาว์ใหม่” โดยพยายามคงความธรรมชาติดั้งเดิมของใบหน้า บวมช้ำน้อยกว่า และให้ผลลัพธ์ที่ช่วยคงความกระชับได้อย่างยาวนานและคุ้มค่า
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
การทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic มุ่งเน้นการปรับแต่งโครงสร้างชั้นลึก เพื่อช่วยให้ภาพรวมของใบหน้ากลับมาแลดูตึงกระชับ ริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น ผิวหน้าแลดูดีขึ้น และช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ปัญหาร่องแก้มและร่องน้ำหมากที่เคยลึกจนทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึง จะได้รับการยกกระชับให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น ช่วยปรับให้ใบหน้าแลดูอิ่มฟูและสดใส
การทำโปรแกรมดึงหน้าและดึงคอร่วมกัน จะช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณเหนียงใต้คางและริ้วรอยเหี่ยวย่นที่คอ ให้กลับมาแลดูกระชับ เรียบเนียน ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนและคอดูระหง สง่างามยิ่งขึ้น
ด้วยเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึกที่ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ จะช่วยให้ผิวหน้าแลดูตึงกระชับขึ้นกว่าก่อนทำ เมื่อส่องกระจกจะช่วยให้ผู้รับบริการสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่แลดูเด็กขึ้น และช่วยส่งเสริมภาพรวมของใบหน้าให้แลดูสดใสสมวัยมากยิ่งขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาของผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic อธิบายว่า ปัญหาผิวหย่อนคล้อยเหล่านี้เกิดจากชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนลึก (SMAS) ที่อยู่ใต้ชั้นไขมันเกิดการคลายตัวและหย่อนยานลงตามแรงโน้มถ่วง ซึ่งผลิตภัณฑ์บำบัดผิวหรือเครื่องมือยกกระชับทั่วไปอาจไม่สามารถลงลึกไปตัดแต่งโครงสร้างในชั้นนี้ได้ การทำศัลยกรรมดึงหน้าจึงเป็นแนวทางที่ช่วยจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผิวบริเวณแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยลงมาคลุมมุมปาก ทำให้เกิดร่องแก้มลึกและร่องน้ำหมากแนวดิ่งชัดเจน ส่งผลให้ภาพรวมใบหน้าแลดูเหนื่อยล้าหรือบึ้งตึง ซึ่งสามารถจัดการได้ด้วยเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก เพื่อยกกระชับโครงสร้างหน้าและก้อนไขมันให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
โครงสร้างใบหน้าที่เคยเรียวสวยแบบ V-Shape อาจเปลี่ยนรูปทรงไป เนื่องจากผิวบริเวณขากรรไกรและกระพุ้งแก้มหย่อนคล้อยลงมากองอยู่ข้างคาง (Jowls) ทำให้กรอบหน้าดูเหลี่ยม ดูหนา และแลดูมีอายุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเลือกผ่าตัดดึงหน้าจะช่วยยกกระชับและคืนความคมชัดให้แนวกราม
แม้ภาพรวมของใบหน้าจะยังแลดูดี แต่ผิวบริเวณลำคออาจเริ่มหลวม ไม่กระชับ และปรากฏรอยพับพาดขวางบริเวณลำคออย่างชัดเจน การทำโปรแกรมดึงหน้าและดึงคอ จึงเป็นทางออกที่ช่วยปรับผิวลำคอให้เรียบเนียน ดูเต่งตึง สอดคล้องกับความอ่อนเยาว์ของใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
การศัลยกรรมดึงหน้า หรือ Facelift (Rhytidectomy) คือ การผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งเพื่อแก้ไขความหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดยแพทย์จะทำการเลาะเนื้อเยื่อ ขยับปรับตำแหน่งชั้นกล้ามเนื้อลึก (SMAS) ที่หย่อนยานให้ยกกระชับกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่อ่อนเยาว์ พร้อมทั้งตัดผิวหนังส่วนเกินที่เหี่ยวย่นออก แล้วเย็บปิดแผลอย่างประณีตเพื่อคืนความเต่งตึง เรียบเนียน และกรอบหน้าที่คมชัด
พื้นที่แก้ไข: บริเวณหน้าผาก คิ้ว และหางตา
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีรอยย่นที่หน้าผากลึก คิ้วตกจนทำให้ตาดูเศร้า หางตาตก หรือมีรอยตีนกาหนาชัดเจน
ผลลัพธ์: ช่วยยกคิ้วและหางตาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาแลดูเปิดกว้าง สดใส ผิวบริเวณหน้าผากเรียบเนียนและแลดูสดชื่นขึ้น
พื้นที่แก้ไข: บริเวณแก้มส้ม และร่องแก้ม
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่หน้าแก้มฝ่อตัว ไขมันแก้มห้อยย้อยลงด้านล่าง จนทำให้เห็นกระดูกโหนกแก้มชัด และเกิดปัญหาร่องแก้มลึก
ผลลัพธ์: ช่วยปรับรูปหน้าให้แลดูเป็นธรรมชาติ ช่วยเก็บแก้มที่ห้อยคล้อยข้างกรามให้แลดูกระชับ และมุมปากที่คว่ำแลดูยกขึ้นได้เป็นอย่างดี การทำหัตถการในส่วนนี้จะใช้เทคนิคการดึงหน้าชั้นลึกเพื่อความเรียบเนียน
พื้นที่แก้ไข: บริเวณร่องน้ำหมาก มุมปาก แก้มล่าง และกรอบหน้า (Jowls)
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีแก้มส่วนล่างห้อยย้อย จนหน้าเปลี่ยนรูปทรง ใบหน้าแลดูเหลี่ยมขึ้น
ผลลัพธ์: เนื้อแก้มที่เคยหย่อนคล้อยจะถูกยกกระชับขึ้นไปด้านบน ช่วยปรับให้แก้มส้มแลดูอิ่มฟู ร่องแก้มแลดูตื้นขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าส่วนกลางแลดูละมุนและอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ
พื้นที่แก้ไข: บริเวณใต้คาง (เหนียง) และลำคอทั้งหมด
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีผิวหนังลำคอเหี่ยวย่น เป็นริ้วรอยแนวตั้งหรือแนวขวางชัดเจน (Turkey Neck) หรือมีเหนียงย้อยใต้คางที่เกิดจากกล้ามเนื้อคอหลวมตัว
ผลลัพธ์: ผิวลำคอแลดูกระชับ เรียบเนียนขึ้น ช่วยปรับมุมระหงระหว่างคางและคอให้คมชัด ดูสง่างามเมื่อมองจากด้านข้าง
พื้นที่แก้ไข: จัดระเบียบผิวหนังทั่วทั้งใบหน้าส่วนบน กลาง ล่าง และลำคอ
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยสะสมในหลายมิติ หรือต้องการปรับสภาพผิวทั่วทั้งใบหน้า
ผลลัพธ์: ช่วยดูแลและจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยแบบองค์รวม โดยการดึงหน้าและดึงคอ ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ใบหน้าและลำคอแลดูกระชับสอดคล้องกันอย่างเป็นธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่ช่วยคงความตึงกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเลือกผสานศาสตร์แห่งศัลยกรรมตกแต่งเข้ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แผลเล็ก และมุ่งเน้นความปลอดภัยให้แก่ผู้รับบริการ
การทำศัลยกรรมดึงหน้าผ่านกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้ศัลยแพทย์ลดความยาวของแผลผ่าตัด โดยใช้การเปิดแผลขนาดเล็กและซ่อนไว้ในแนวไรผม
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
“ สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ แต่กังวลเรื่องรอยแผลยาว และมองหาการผ่าตัดที่ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย ”
เปลี่ยนภาพจำของการผ่าตัดดึงหน้าแบบเดิม ๆ ด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K ที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย ช่วยให้เจ็บน้อยลง แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กซ่อนเนียนในไรผม และใช้ระยะเวลาพักฟื้นช่วงสั้น ๆ เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
Endotine (เอนโดไทน์) คือ วัสดุเกรดทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในกระบวนการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าและยกคิ้ว มีลักษณะเป็นหมุดหรือแถบขนาดเล็กที่มีโครงสร้างรูปสามเหลี่ยมจิ๋ว (Tines) ทำหน้าที่ช่วยกระจายแรงดึงรั้งผิวหนังอย่างสม่ำเสมอในระหว่างการทำหัตถการ
ONE Clinic : Surgery & aesthetics
การผ่าตัดดึงหน้าที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เน้นมาตรฐานทางการแพทย์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาไปจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับประสบการณ์ที่ดีและลดความกังวลตลอดการเข้ารับบริการ
Our Surgeons
ทีมแพทย์ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ผ่านการฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะทาง มีความชำนาญเกี่ยวกับสรีระใบหน้าและสไตล์การออกแบบที่เหมาะสมสำหรับชาวเอเชียเพื่อผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ONE Surgery มุ่งเน้นการลงทุนกับห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อการผ่าตัดดึงหน้าโดยเฉพาะ ด้วยระบบห้องผ่าตัด Positive Pressure และห้องสะอาดมาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom
ห้องผ่าตัดระบบ Positive Pressure · มาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom
ระบบควบคุมสภาพอากาศและแรงดันเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ พร้อมทั้งรักษาสภาวะแวดล้อมภายในห้องผ่าตัดให้สะอาดและปลอดภัยในระหว่างการทำหัตถการ
ระบบมอนิเตอร์และติดตามสัญญาณชีพแบบ Real-time ตลอดกระบวนการผ่าตัด โดยอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของวิสัญญีแพทย์อย่างใกล้ชิด
เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมดผ่านกระบวนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อระบบ Hospital-grade อย่างเคร่งครัดก่อนนำมาใช้งานกับผู้รับบริการ
ห้องผ่าตัดมีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์กู้ชีพตามมาตรฐาน และมีทีมแพทย์ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เพราะความปลอดภัยของผู้รับบริการคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ การทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic จึงไม่ได้มีเพียงแค่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ดูแลเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่เรายังมีวิสัญญีแพทย์ (หมอดมยาสลบ) เฉพาะทาง คอยดูแลและควบคุมการระงับความรู้สึกตลอดกระบวนการอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัว
วิสัญญีแพทย์จะประจำการอยู่ในห้องผ่าตัดกับคุณตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มกระบวนการระงับความรู้สึก ระหว่างการผ่าตัดดึงหน้า ไปจนถึงวินาทีที่คุณฟื้นคืนสติอย่างปลอดภัย โดยประจำการดูแลแบบตัวต่อตัว เพื่อการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากสรีระ ความดัน และการตอบสนองต่อยาของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน วิสัญญีแพทย์จะทำการประเมินประวัติสุขภาพ ผลเลือด และสัญญาณชีพของคุณอย่างละเอียด เพื่อคำนวณปริมาณยาให้มีความแม่นยำและเหมาะสมกับร่างกายของคนไข้
ในระหว่างที่ศัลยแพทย์กำลังทำการผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ วิสัญญีแพทย์จะคอยมอนิเตอร์สัญญาณชีพ (Vital Signs) ทั้งระบบทางเดินหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือด ผ่านจอมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา
ด้วยเทคนิคการระงับความรู้สึกที่ประเมินเฉพาะบุคคล มีส่วนช่วยให้ผู้รับบริการตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย และช่วยลดผลข้างเคียงหลังการทำดึงหน้าชั้นลึก เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการมึนงงหลังผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
อัตราค่าบริการของการทำศัลยกรรมดึงหน้าจะขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคล โดยมีปัจจัยหลักในการพิจารณางบประมาณ ดังนี้
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
หมดกังวลเรื่องการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ เพราะเรามีทีมพยาบาลวิชาชีพคอยติดตามอาการผ่านทาง LINE แบบเรียลไทม์ พร้อมโปรแกรม ONE Aftercare เพื่อช่วยดูแลและฟื้นฟูผิวหลังผ่าตัด พร้อมบริการทำแผล สระผม และโปรแกรมฉายแสง LED ฟรีตามเงื่อนไขของคลินิก ซึ่งมีส่วนช่วยลดอาการบวมช้ำ ช่วยให้ผู้รับบริการคลายความกังวล และเพื่อให้ผลลัพธ์ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยลง
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เพราะความพึงพอใจไม่ได้จบลงแค่ออกจากห้องผ่าตัด ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เราให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความสบายของผู้รับบริการหลังทำหัตถการเป็นสำคัญ เราจึงมอบบริการโปรแกรม ONE Aftercare เพื่อร่วมดูแลลดอาการบวมช้ำ และช่วยให้ทุกท่านกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
อย่าปล่อยให้ปัญหาความหย่อนคล้อยลดทอนความมั่นใจในตัวเอง เลือกเทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก (Preservative Deep Plane Facelift) โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่พร้อมช่วยดูแลปรับโครงสร้างผิวให้กลับมากระชับและแลดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนโปรแกรมดึงหน้าและดึงคอร่วมกัน เพื่อให้คุณกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง เพราะ “Looks ONEderful ลุคที่ดี เริ่มที่ ONE” สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายประเมินรูปหน้าเบื้องต้น โทร: 097-456-4446 LINE OA: @ONEClinic หรือ Whatsapp: +66 97 456 4446
Q & A
A: โดยทั่วไปอาการบวมช้ำจะค่อย ๆ ลดลงและเริ่มเข้าที่ในช่วง 1-3 เดือน ซึ่งผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกอาจคงอยู่ได้นานประมาณ 8-15 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ สภาพผิว และการดูแลตัวเองของผู้รับบริการแต่ละบุคคล
A: สามารถทำร่วมกันได้ รวมถึงยังสามารถทำพร้อมกับหัตถการอื่น เช่น ยกคิ้ว หรือศัลยกรรมเปลือกตา เพื่อให้ภาพรวมใบหน้าดูสมดุล โดยการผ่าตัดดึงหน้าและดึงคอจะใช้ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 7-14 วัน ก่อนจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ตามปกติ
A: ช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก แนวกรามไม่ชัด และคางสองชั้น ส่วนใหญ่เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าเป็นหลัก เพื่อให้การผ่าตัดดึงหน้าได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล
A: การร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย ส่วนเทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าจะเป็นการจัดตำแหน่งโครงสร้างเนื้อเยื่อระดับกล้ามเนื้อ (SMAS) จึงให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานกว่า หากผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ผลลัพธ์ที่ได้จะแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงรั้ง และยังคงเอกลักษณ์ของใบหน้าไว้ได้ดี
A: ศัลยแพทย์จะซ่อนรอยแผลไว้บริเวณแนวไรผมและรอบใบหูอย่างประณีต เมื่อแผลสมานตัวและหายดีแล้ว รอยแผลจากการดึงหน้ามักจะกลมกลืนไปกับผิวจนสังเกตเห็นได้ยาก
A: การผ่าตัดทุกชนิดอาจมีโอกาสเกิดอาการบวมช้ำหรือแผลหายช้า ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจประเมินสุขภาพอย่างละเอียดก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก โดยควรงดสูบบุหรี่และงดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์ ตามคำแนะนำของแพทย์