Call Call LINE Line WhatsApp WhatsApp Google Map Google-Map

LINE

Whatapps

Location

Phone

Facelift in Thailand for natural facial rejuvenation.

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก เทคนิคซ่อนรอยแผล แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ยกกระชับผิวหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติด้วยโปรแกรม ONE FACELIFT

“ตัวช่วยลดปัญหาร่องแก้มลึก แก้มห้อย และผิวคอหย่อนคล้อย”

ช่วยเติมเต็มความมั่นใจในผลลัพธ์ ด้วยการดูแลจากศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง โดดเด่นด้วยการทำศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกแบบ Preservative Deep Plane Facelift จาก ONE Surgery & Aesthetics Clinic ที่ออกแบบมาเพื่อถนอมเนื้อเยื่อ ให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และมีระยะพักฟื้นสั้น ช่วยยกกระชับใบหน้าให้กลับมาแลดูสดใสอีกครั้ง

ผู้หญิงที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยแก้ไขด้วยการศัลยกรรมดึงหน้า

เทคโนโลยีซิลิโคนเฉพาะบุคคล

เครื่องยกกระชับ
ก็ “เอาไม่อยู่” อีกต่อไป

ในวัยที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อย การพึ่งพาเพียงการฉีดหรือหัตถการเครื่องมืออาจให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราวและต้องกลับมาดูแลซ้ำ ยิ่งหากเติมโปรแกรมฟิลเลอร์มากเกินไป ใบหน้าอาจดูบวม ล้น ไม่เป็นธรรมชาติ การผ่าตัดดึงหน้าจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน 

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane Facelift) คืออะไร ?

ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift หรือ Rhytidectomy) คือ การผ่าตัดยกกระชับผิวและชั้นเนื้อเยื่อใบหน้าตลอดจนลำคอที่หย่อนคล้อยตามวัย เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยและช่วยให้โครงหน้าแลดูอ่อนเยาว์ลง โดยการผ่าตัดดึงหน้าในปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคไปมาก โดยเฉพาะที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ซึ่งเน้นเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก (Deep Plane Space) ที่ให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ และช่วยคงความกระชับของใบหน้าได้อย่างเหมาะสม

ดึงหน้าที่ไหนก็ไม่เหมือนกัน… เพราะเราใช้ Preservative Deep Plane Facelift

การทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ดูแลโดย นพ.ภาณุทัศน์ ปิยะนันทสมดี (หมอโบ๊ทตี้) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ด้วยเทคนิคซิกเนเจอร์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคล เป็นทางเลือกที่ช่วยยกกระชับโครงสร้างใบหน้าในกล้ามเนื้อชั้นลึก (Deep Plane) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แตกต่างจากการดึงหน้าชั้น SMAS ทั่วไป พร้อมช่วยถนอมเนื้อเยื่อโดยรอบ เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับที่เรียบเนียนและแลดูเป็นธรรมชาติ 

การผ่าตัดดึงหน้าด้วยเทคนิค Preservative Deep Plane Facelift

ช่วยจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ดึงให้ผิวตึง

Preservative Deep Plane Release
ปลดล็อกชั้นลึกพร้อมถนอมเนื้อเยื่อ

ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะทำการเลาะในระดับชั้น SMAS อย่างระมัดระวัง เพื่อจัดการกับเส้นยึดผิวหนัง (Retaining Ligaments) ที่ตรึงความหย่อนคล้อยเอาไว้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้การจัดโครงสร้างใบหน้าและไขมันแก้มส้มในแนวดิ่งเป็นไปอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการใช้เทคนิคที่คำนึงถึงเส้นเลือดและเส้นประสาทโดยรอบ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดแรงตึงรั้งที่ผิวหนังชั้นนอก และมีส่วนช่วยดูแลเรื่องอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด ซึ่งช่วยให้ผู้รับบริการใช้ระยะเวลาพักฟื้นอย่างเหมาะสม 

Natural Volume Restructuring
ปรับรูปหน้าแบบมีมิติ ไม่แบนราบ

แทนที่จะดึงผิวให้ตึงเพียงอย่างเดียวจนหน้าดูแบนและตึงรั้ง (Windblown Look) เทคนิคดึงหน้าชั้นลึกของคุณหมอโบ๊ทตี้ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะใช้วิธี “ย้ายตำแหน่งก้อนไขมันใบหน้า” ที่เคยตกคล้อย ให้กลับขึ้นไปอยู่ในจุดที่เหมาะสม ใบหน้าจึงกลับมาดูอิ่มฟู และแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

Invisible Contour Ear Stitch
เทคนิคเย็บซ่อนแผลขอบหู

ศัลยแพทย์ให้ความสำคัญกับเรื่องรอยแผลเป็นอย่างมาก จึงใช้เทคนิคการเย็บซ่อนไหมตามรอยหยักธรรมชาติของใบหูและโอบล้อมไปด้านหลัง เส้นแผลจึงเนียนเรียบไปกับผิว และไม่มีการดึงรั้งจนทำให้ติ่งหูผิดรูป (No Pixie Ear) คนไข้จึงสามารถรวบผมได้อย่างมั่นใจเมื่อแผลสมานตัวดี

Preservative Technique
ถนอมเนื้อเยื่อและเส้นประสาท

ศัลยแพทย์จะทำการเลาะลงลึกไปใต้ชั้น SMAS เพื่อไปปลดล็อคเส้นยึดผิวหนัง (Retaining Ligaments) ที่ตรึงความหย่อนคล้อยเอาไว้ทำให้สามารถยกกระชับ โครงสร้างใบหน้าและไขมันแก้มส้มขึ้นในแนวดิ่งได้อย่างเป็นอิสระโดยไม่เกิดแรงตึงรั้งที่ผิวหนังชั้นนอก

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

เจาะลึกเลือกเทคนิคดึงหน้าแบบไหน
เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับคุณ

เทคนิคที่เลือกใช้มีผลโดยตรงต่อการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ตารางนี้จะเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการดึงหน้าแบบทั่วไปในชั้น SMAS และเทคนิคดึงหน้าชั้นลึก Preservative Deep Plane Facelift ว่าแบบไหนเหมาะสมกับโครงหน้าของคุณ 

การเปรียบเทียบ
Deep Plane Facelift
Preservative Deep Plane Facelift
ระดับความลึกในการยก
ระดับตื้น-ปานกลาง : ดึงเพียงผิวหนังชั้นนอกหรือเย็บพับชั้น SMAS ด้านบน โดยไม่ได้ปลดล็อกเส้นยึดผิวในชั้นลึก
ระดับลึก (Sub-SMAS) : เลาะใต้ชั้นกล้ามเนื้อลึก ปลดล็อกเส้นยึดผิว (Ligaments) ช่วยยกโครงสร้างใบหน้าในแนวดิ่ง
ความเป็นธรรมชาติของใบหน้า
เสี่ยงหน้าดูตึงรั้ง (Windblown Look) : ผิวหน้าอาจดูแบน แข็งทื่อ หรือปากเบี้ยวตึงจากการดึงผิวหนังส่วนนอกมากเกินไป
แลดูเป็นธรรมชาติ (Natural Volume) : ย้ายก้อนไขมันที่ตกคล้อยกลับที่เดิม หน้าดูอิ่มฟู มีมิติ ไม่แบนราบ และช่วยลดโอกาสการตึงรั้ง
ความบวมช้ำหลังผ่าตัด
ปานกลาง-มาก : การเลาะเนื้อเยื่อแบบกว้างทำให้บวมช้ำเยอะ เนื้อเยื่อช้ำระบมมากกว่า
บวมช้ำน้อย : มีการป้องกันและลดการทำลายของเนื้อเยื่อโดยรอบ (Preservative) หลีกเลี่ยงเส้นเลือดสำคัญ ทำให้เลือดออกน้อย
ระยะเวลาในการพักฟื้น
ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า : หน้าบวมช้ำนาน อาจต้องใช้เวลาพักฟื้น 2-4 สัปดาห์กว่าจะเริ่มเข้าที่
พักฟื้นระยะสั้น (Short Recovery) : แผลแห้งเร็ว 7-10 วัน สามารถแต่งหน้าอ่อน ๆ และกลับไปทำงานตามปกติได้
ผลลัพธ์และความคงทน
สั้นกว่า (ประมาณ 3-5 ปี) : ผิวหนังชั้นนอกจะเริ่มยืดตัว และกลับมาหย่อนคล้อยใหม่ได้ง่ายกว่า
อยู่ได้นานกว่า (ประมาณ 10-15 ปี) : ล็อกโครงสร้างจากชั้นรากฐานที่แข็งแรง ช่วยชะลอความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคนิคการซ่อนแผล
เห็นรอยแผลชัดกว่า : แนวแผลอาจเป็นเส้นตรงข้ามขอบหู และหากดึงรั้งผิวหนังมากเกินไปอาจทำให้ติ่งหูย้อยผิดรูป
Invisible Stitch : แผลโค้งตามรอยหยักขอบหู เนียนหายไปในไรผม ติ่งหูแลดูเป็นธรรมชาติ ช่วยลดโอกาสตึงรั้ง (No Pixie Ear)

การดึงหน้าแบบทั่วไปอาจช่วยให้ผิวดูตึงขึ้นชั่วคราว แต่เทคนิค Preservative Deep Plane Facelift ของหมอโบ๊ทตี้ คือศัลยกรรมดึงหน้าย้อนวัยที่ลงลึกถึงต้นตอความหย่อนคล้อย เป็นการ “จัดตำแหน่งความอ่อนเยาว์ใหม่” โดยพยายามคงความธรรมชาติดั้งเดิมของใบหน้า บวมช้ำน้อยกว่า และให้ผลลัพธ์ที่ช่วยคงความกระชับได้อย่างยาวนานและคุ้มค่า

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ดูดีสมวัยด้วยการดึงหน้า ดึงคอที่
ONE Surgery & Aesthetics Clinic

การทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic มุ่งเน้นการปรับแต่งโครงสร้างชั้นลึก เพื่อช่วยให้ภาพรวมของใบหน้ากลับมาแลดูตึงกระชับ ริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น ผิวหน้าแลดูดีขึ้น และช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ 

ร่องลึกบนใบหน้าแลดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ปัญหาร่องแก้มและร่องน้ำหมากที่เคยลึกจนทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึง จะได้รับการยกกระชับให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น ช่วยปรับให้ใบหน้าแลดูอิ่มฟูและสดใส

ผิวลำคอแลดูกระชับและช่วยลดเลือนริ้วรอยหย่อนคล้อย

การทำโปรแกรมดึงหน้าและดึงคอร่วมกัน จะช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณเหนียงใต้คางและริ้วรอยเหี่ยวย่นที่คอ ให้กลับมาแลดูกระชับ เรียบเนียน ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนและคอดูระหง สง่างามยิ่งขึ้น 

ปรับภาพรวมผิวหน้าให้แลดูเด็กลงสมวัย

ด้วยเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึกที่ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ จะช่วยให้ผิวหน้าแลดูตึงกระชับขึ้นกว่าก่อนทำ เมื่อส่องกระจกจะช่วยให้ผู้รับบริการสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่แลดูเด็กขึ้น และช่วยส่งเสริมภาพรวมของใบหน้าให้แลดูสดใสสมวัยมากยิ่งขึ้น

Facelift Bangkok before and after natural results.

ยิ่งอายุเยอะขึ้น ผิวหน้าก็เริ่มเหี่ยว

ความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาของผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic อธิบายว่า ปัญหาผิวหย่อนคล้อยเหล่านี้เกิดจากชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนลึก (SMAS) ที่อยู่ใต้ชั้นไขมันเกิดการคลายตัวและหย่อนยานลงตามแรงโน้มถ่วง ซึ่งผลิตภัณฑ์บำบัดผิวหรือเครื่องมือยกกระชับทั่วไปอาจไม่สามารถลงลึกไปตัดแต่งโครงสร้างในชั้นนี้ได้ การทำศัลยกรรมดึงหน้าจึงเป็นแนวทางที่ช่วยจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาร่องลึกบนใบหน้าและร่องน้ำหมาก

ผิวบริเวณแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยลงมาคลุมมุมปาก ทำให้เกิดร่องแก้มลึกและร่องน้ำหมากแนวดิ่งชัดเจน ส่งผลให้ภาพรวมใบหน้าแลดูเหนื่อยล้าหรือบึ้งตึง ซึ่งสามารถจัดการได้ด้วยเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก เพื่อยกกระชับโครงสร้างหน้าและก้อนไขมันให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

ปัญหากรอบหน้าเปลี่ยนรูปทรง Jowls ห้อยกองข้างคาง

โครงสร้างใบหน้าที่เคยเรียวสวยแบบ V-Shape อาจเปลี่ยนรูปทรงไป เนื่องจากผิวบริเวณขากรรไกรและกระพุ้งแก้มหย่อนคล้อยลงมากองอยู่ข้างคาง (Jowls) ทำให้กรอบหน้าดูเหลี่ยม ดูหนา และแลดูมีอายุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเลือกผ่าตัดดึงหน้าจะช่วยยกกระชับและคืนความคมชัดให้แนวกราม

ปัญหาผิวคอหย่อนคล้อยและเหนียงย้อย

แม้ภาพรวมของใบหน้าจะยังแลดูดี แต่ผิวบริเวณลำคออาจเริ่มหลวม ไม่กระชับ และปรากฏรอยพับพาดขวางบริเวณลำคออย่างชัดเจน การทำโปรแกรมดึงหน้าและดึงคอ จึงเป็นทางออกที่ช่วยปรับผิวลำคอให้เรียบเนียน ดูเต่งตึง สอดคล้องกับความอ่อนเยาว์ของใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ 

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

การศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) คืออะไร?

ทำความเข้าใจหัตถการย้อนวัยที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดทางการแพทย์

การศัลยกรรมดึงหน้า หรือ Facelift (Rhytidectomy) คือ การผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งเพื่อแก้ไขความหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดยแพทย์จะทำการเลาะเนื้อเยื่อ ขยับปรับตำแหน่งชั้นกล้ามเนื้อลึก (SMAS) ที่หย่อนยานให้ยกกระชับกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่อ่อนเยาว์ พร้อมทั้งตัดผิวหนังส่วนเกินที่เหี่ยวย่นออก แล้วเย็บปิดแผลอย่างประณีตเพื่อคืนความเต่งตึง เรียบเนียน และกรอบหน้าที่คมชัด

Upper facelift surgery in Bangkok for brow and forehead rejuvenation.

การดึงหน้าส่วนบน

พื้นที่แก้ไข: บริเวณหน้าผาก คิ้ว และหางตา

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีรอยย่นที่หน้าผากลึก คิ้วตกจนทำให้ตาดูเศร้า หางตาตก หรือมีรอยตีนกาหนาชัดเจน

ผลลัพธ์: ช่วยยกคิ้วและหางตาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาแลดูเปิดกว้าง สดใส ผิวบริเวณหน้าผากเรียบเนียนและแลดูสดชื่นขึ้น

Mid facelift in Thailand for sagging cheeks and smile lines.

การดึงหน้าส่วนกลาง

พื้นที่แก้ไข: บริเวณแก้มส้ม และร่องแก้ม

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่หน้าแก้มฝ่อตัว ไขมันแก้มห้อยย้อยลงด้านล่าง จนทำให้เห็นกระดูกโหนกแก้มชัด และเกิดปัญหาร่องแก้มลึก

ผลลัพธ์: ช่วยปรับรูปหน้าให้แลดูเป็นธรรมชาติ ช่วยเก็บแก้มที่ห้อยคล้อยข้างกรามให้แลดูกระชับ และมุมปากที่คว่ำแลดูยกขึ้นได้เป็นอย่างดี การทำหัตถการในส่วนนี้จะใช้เทคนิคการดึงหน้าชั้นลึกเพื่อความเรียบเนียน

Lower facelift Bangkok for jowls and marionette lines.

การดึงหน้าส่วนล่าง

พื้นที่แก้ไข: บริเวณร่องน้ำหมาก มุมปาก แก้มล่าง และกรอบหน้า (Jowls)

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีแก้มส่วนล่างห้อยย้อย จนหน้าเปลี่ยนรูปทรง ใบหน้าแลดูเหลี่ยมขึ้น

ผลลัพธ์: เนื้อแก้มที่เคยหย่อนคล้อยจะถูกยกกระชับขึ้นไปด้านบน ช่วยปรับให้แก้มส้มแลดูอิ่มฟู ร่องแก้มแลดูตื้นขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าส่วนกลางแลดูละมุนและอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ

Neck lift and facelift in Thailand for loose neck skin.

การดึงคอ

พื้นที่แก้ไข: บริเวณใต้คาง (เหนียง) และลำคอทั้งหมด

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีผิวหนังลำคอเหี่ยวย่น เป็นริ้วรอยแนวตั้งหรือแนวขวางชัดเจน (Turkey Neck) หรือมีเหนียงย้อยใต้คางที่เกิดจากกล้ามเนื้อคอหลวมตัว

ผลลัพธ์: ผิวลำคอแลดูกระชับ เรียบเนียนขึ้น ช่วยปรับมุมระหงระหว่างคางและคอให้คมชัด ดูสง่างามเมื่อมองจากด้านข้าง

Full facelift Bangkok for complete face and neck rejuvenation.

การดึงหน้า ดึงคอ ร่วมกันทั่วใบหน้า

พื้นที่แก้ไข: จัดระเบียบผิวหนังทั่วทั้งใบหน้าส่วนบน กลาง ล่าง และลำคอ

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยสะสมในหลายมิติ หรือต้องการปรับสภาพผิวทั่วทั้งใบหน้า

ผลลัพธ์: ช่วยดูแลและจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยแบบองค์รวม โดยการดึงหน้าและดึงคอ ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ใบหน้าและลำคอแลดูกระชับสอดคล้องกันอย่างเป็นธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่ช่วยคงความตึงกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

วัสดุเกรดทางการแพทย์และนวัตกรรมเพื่อการศัลยกรรมดึงหน้า
ที่ ONE เลือกใช้ ONE Surgery & Aesthetics Clinic

ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเลือกผสานศาสตร์แห่งศัลยกรรมตกแต่งเข้ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แผลเล็ก และมุ่งเน้นความปลอดภัยให้แก่ผู้รับบริการ

4K Endoscopic Facelift

การผ่าตัดดึงหน้าผ่านกล้องความละเอียดสูง 4K

การทำศัลยกรรมดึงหน้าผ่านกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้ศัลยแพทย์ลดความยาวของแผลผ่าตัด โดยใช้การเปิดแผลขนาดเล็กและซ่อนไว้ในแนวไรผม 

  • มองเห็นชัดเจนในระดับมิลลิเมตร: กล้อง Endoscopic ความละเอียดสูงระดับ 4K ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในใบหน้า เส้นเลือด และเส้นประสาทขนาดเล็กได้อย่างชัดเจนผ่านจอมอนิเตอร์
  • แผลเล็ก ซ่อนในไรผม: เนื่องจากใช้กล้องส่องเข้าไป แผลผ่าตัดจึงมีขนาดเล็ก และถูกซ่อนไว้ในไรผม ช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็นบริเวณรอบกรอบหน้า
  • ลดความบวมช้ำ: การมองเห็นที่ชัดเจนช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงเส้นเลือดสำคัญได้อย่างแม่นยำ การเสียเลือดระหว่างผ่าตัดจึงน้อยลง ส่งผลให้หลังผ่าตัดมีอาการบวมช้ำน้อย และช่วยให้คนไข้ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยลง
4K endoscopic facelift surgery in Bangkok.

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

4K Endoscopic Facelift
ทางเลือกตอบโจทย์ยุคใหม่

“ สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ แต่กังวลเรื่องรอยแผลยาว และมองหาการผ่าตัดที่ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย ”

เปลี่ยนภาพจำของการผ่าตัดดึงหน้าแบบเดิม ๆ ด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K ที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย ช่วยให้เจ็บน้อยลง แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กซ่อนเนียนในไรผม และใช้ระยะเวลาพักฟื้นช่วงสั้น ๆ เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

โปรแกรม Endotine Transbleph หรือ Ribbon
วัสดุทางการแพทย์เพื่อการยกกระชับผิว

Endotine (เอนโดไทน์) คือ วัสดุเกรดทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในกระบวนการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าและยกคิ้ว มีลักษณะเป็นหมุดหรือแถบขนาดเล็กที่มีโครงสร้างรูปสามเหลี่ยมจิ๋ว (Tines) ทำหน้าที่ช่วยกระจายแรงดึงรั้งผิวหนังอย่างสม่ำเสมอในระหว่างการทำหัตถการ

Endotine tissue support for facelift in Thailand.

ประสิทธิภาพของ Endotine ร่วมกับการทำศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก

  • การกระจายแรงยกกระชับ: Endotine ช่วยยึดเกาะเนื้อเยื่อเป็นวงกว้างและยกผิวในแนวดิ่ง ต่างจากไหมเย็บแบบเดิมที่ดึงรั้งเพียงจุดเดียว จึงช่วยลดโอกาสผิวหน้าตึงรั้ง แลดูเป็นธรรมชาติ
  • สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ: ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้เอง (Bio-Absorbable) ภายใน 6-12 เดือน มุ่งเน้นความปลอดภัยและช่วยลดโอกาสการเกิดสารตกค้างในร่างกาย
  • คงความกระชับในระยะยาว: ระหว่างที่วัสดุละลาย ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทน ทำหน้าที่คล้ายเส้นยึดผิวตามธรรมชาติ ช่วยคงความตึงกระชับให้กับการดึงหน้าชั้นลึก รวมถึงการผ่าตัดดึงหน้า และการดึงคอ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้วัสดุจะสลายตัวไปแล้ว

ONE Clinic : Surgery & aesthetics

ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า
ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic

การผ่าตัดดึงหน้าที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เน้นมาตรฐานทางการแพทย์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาไปจนถึงการดูแลหลังผ่าตัด เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับประสบการณ์ที่ดีและลดความกังวลตลอดการเข้ารับบริการ

ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางประเมินและออกแบบรูปหน้าก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้า

STEP 1

ปรึกษาและออกแบบใบหน้าเฉพาะบุคคล (Personalised Consultation)

  • การวิเคราะห์เชิงลึก: ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะทำการประเมินโครงสร้างกระดูก ความหนาของชั้นไขมัน ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และระดับความหย่อนคล้อยของคนไข้แต่ละท่านอย่างละเอียด
  • ดีไซน์ร่วมกัน: ศัลยแพทย์จะร่วมพูดคุยกับคนไข้เพื่อออกแบบแนวดึงที่เหมาะสมและแลดูเป็นธรรมชาติ (Customized Design) โดยจะระบุอย่างชัดเจนว่าเคสของคุณเหมาะกับการดึงหน้าชั้นลึกส่วนใด หรือต้องใช้เทคนิคกล้อง 4K และวัสดุ Endotine ร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อให้ได้แนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละบุคคลก่อนเริ่มผ่าตัด
การตรวจสุขภาพเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าและดึงคอ

STEP 2

ตรวจเช็กสุขภาพและเตรียมความพร้อม (Pre-Operative Assessment)

  • ความปลอดภัยต้องมาก่อน: ที่ ONE เรามีระบบตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด เช่น ตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray)
  • ดูแลโดยอายุรแพทย์: ผลตรวจทั้งหมดจะได้รับการประเมินโดยแพทย์อย่างถี่ถ้วน เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายคนไข้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
Anaesthesia before liposuction at our Bangkok clinic

STEP 3

การระงับความรู้สึก โดยวิสัญญีแพทย์ (Anesthesia Care)

  • ดูแลแบบ 1:1 ตลอดเวลา: การทำศัลยกรรมดึงหน้าของ ONE จะดำเนินการภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ แบบตัวต่อตัวตลอดการผ่าตัด
  • คลายความกังวล ปวดน้อยลง: คนไข้สามารถเลือกการดมยาสลบมาตรฐาน หรือการฉีดยาชาผสมยานอนหลับ ทำให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายคล้ายการนอนหลับ และช่วยให้เจ็บน้อยลงในระหว่างกระบวนการผ่าตัด
ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดดึงหน้าชั้นลึกผ่านกล้องความละเอียดสูง 4K

STEP 4

ขั้นตอนการผ่าตัด (Surgery Process)

  • ผ่าตัดผ่านกล้อง 4K: ใช้เทคโนโลยีกล้องส่องความละเอียดสูงช่วยเลาะแยกเนื้อเยื่อเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ช่วยหลีกเลี่ยงการกระทบเส้นประสาทและลดการเสียเลือด
  • เย็บชั้น SMAS & ปิดแผล: ยกกระชับและย้ายตำแหน่งชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ร่วมกับการจัดการผิวหนังส่วนเกิน จากนั้นศัลยแพทย์จะใช้เทคนิคการเย็บซ่อนรอยแผลขอบหู (Invisible Contour Ear Stitch) เพื่อให้รอยแผลเนียนไปกับขอบหู
The recovery room at ONE Surgery & Aesthetics' liposuction clinic

STEP 5

การดูแลหลังผ่าตัดและการฟื้นตัวไว (Premium Recovery Care)

  • ห้องพักฟื้นระดับพรีเมียม: หลังผ่าตัดเสร็จ คนไข้จะได้พักผ่อนในห้องฟื้นฟูร่างกายที่เงียบสงบ สะอาด โดยมีพยาบาลวิชาชีพดูแลอย่างใกล้ชิด
  • โปรแกรมดูแลเพื่อลดอาการบวม: เรามีทีมเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองที่บ้าน พร้อมบริการสระผม ทำแผล และโปรแกรมฉายแสง LED เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำ ทำให้คนไข้ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยลง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างมั่นใจ

Our Surgeons

ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้ชำนาญการ
ด้านศัลยกรรมดึงหน้า

ทีมแพทย์ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ผ่านการฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะทาง มีความชำนาญเกี่ยวกับสรีระใบหน้าและสไตล์การออกแบบที่เหมาะสมสำหรับชาวเอเชียเพื่อผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ

นพ.ภาณุทัศน์ ปิยะนันทสมดี

Plastic Surgeon

License No.50614

นพ.ภาณุทัศน์ ปิยะนันทสมดี ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ห้องผ่าตัดได้มาตรฐาน
ที่คุณวางใจได้

ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ONE Surgery มุ่งเน้นการลงทุนกับห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อการผ่าตัดดึงหน้าโดยเฉพาะ ด้วยระบบห้องผ่าตัด Positive Pressure และห้องสะอาดมาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom 

ห้องผ่าตัดระบบ Positive Pressure · มาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom

ห้องผ่าตัดมาตรฐาน Positive Pressure ปลอดเชื้อสำหรับการทำศัลยกรรมดึงหน้า

Positive Pressure Clean Room

ระบบควบคุมสภาพอากาศและแรงดันเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ พร้อมทั้งรักษาสภาวะแวดล้อมภายในห้องผ่าตัดให้สะอาดและปลอดภัยในระหว่างการทำหัตถการ

วิสัญญีแพทย์และระบบมอนิเตอร์ดูแลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ตลอดการผ่าตัดดึงหน้า

Real-time Patient Monitoring

ระบบมอนิเตอร์และติดตามสัญญาณชีพแบบ Real-time ตลอดกระบวนการผ่าตัด โดยอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของวิสัญญีแพทย์อย่างใกล้ชิด 

อุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานสำหรับการศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก

Sterile Instrument Protocol

เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมดผ่านกระบวนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อระบบ Hospital-grade อย่างเคร่งครัดก่อนนำมาใช้งานกับผู้รับบริการ 

ห้องผ่าตัดมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพครบครันเพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดดึงหน้า

Emergency Readiness

ห้องผ่าตัดมีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์กู้ชีพตามมาตรฐาน และมีทีมแพทย์ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ 

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

มุ่งเน้นความปลอดภัย
ตลอดการผ่าตัดด้วยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางดูแลแบบ 1:1

เพราะความปลอดภัยของผู้รับบริการคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ การทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic จึงไม่ได้มีเพียงแค่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ดูแลเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่เรายังมีวิสัญญีแพทย์ (หมอดมยาสลบ) เฉพาะทาง คอยดูแลและควบคุมการระงับความรู้สึกตลอดกระบวนการอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัว

ดูแลเฉพาะบุคคล ตลอดกระบวนการผ่าตัด

วิสัญญีแพทย์จะประจำการอยู่ในห้องผ่าตัดกับคุณตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มกระบวนการระงับความรู้สึก ระหว่างการผ่าตัดดึงหน้า ไปจนถึงวินาทีที่คุณฟื้นคืนสติอย่างปลอดภัย โดยประจำการดูแลแบบตัวต่อตัว เพื่อการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง 

วิเคราะห์และคำนวณปริมาณยาเฉพาะบุคคล

เนื่องจากสรีระ ความดัน และการตอบสนองต่อยาของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน วิสัญญีแพทย์จะทำการประเมินประวัติสุขภาพ ผลเลือด และสัญญาณชีพของคุณอย่างละเอียด เพื่อคำนวณปริมาณยาให้มีความแม่นยำและเหมาะสมกับร่างกายของคนไข้

เฝ้าระวังระบบสัญญาณชีพตลอดการทำหัตถการ

ในระหว่างที่ศัลยแพทย์กำลังทำการผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ วิสัญญีแพทย์จะคอยมอนิเตอร์สัญญาณชีพ (Vital Signs) ทั้งระบบทางเดินหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือด ผ่านจอมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา

คลายความกังวลและช่วยลดอาการพะอืดพะอม

ด้วยเทคนิคการระงับความรู้สึกที่ประเมินเฉพาะบุคคล มีส่วนช่วยให้ผู้รับบริการตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย และช่วยลดผลข้างเคียงหลังการทำดึงหน้าชั้นลึก เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการมึนงงหลังผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม 

วิสัญญีแพทย์เฉพาะทางดูแลความปลอดภัยแบบตัวต่อตัวตลอดการศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดดึงหน้า (Post-Surgery)

ช่วง 1-3 วันแรก (ช่วงที่มีอาการบวมช้ำ)

  • การประคบเย็น: ให้ประคบเย็นบริเวณแก้ม รอบดวงตา และหน้าผาก ระวังไม่ให้เจลเย็นทับแผลโดยตรง เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำและบรรเทาอาการระบม
  • นอนยกศีรษะสูง: ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังทำศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก ให้นอนหนุนหมอนสูง 2-3 ใบ หรือใช้หมอนรองคอ เพื่อช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นและช่วยลดอาการบวม ที่สำคัญห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ

การดูแลรักษาความสะอาดแผล

  • รักษาแผลให้แห้งอยู่เสมอในช่วง 2-3 วันแรก ควรระวังหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ
  • ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของคลินิกอย่างเคร่งครัด โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดรอบ ๆ แผลอย่างเบามือ แล้วทายาฆ่าเชื้อที่คลินิกจัดให้

อาหารที่ควรรับประทานและควรหลีกเลี่ยง

  • ควรรับประทาน: อาหารอ่อน ๆ ที่เคี้ยวง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อลดการขยับกรามรุนแรง
  • ควรเลี่ยง: อาหารหมักดอง, อาหารรสจัด, อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน เพราะอาจกระตุ้นให้แผลบวม แดง และคันได้

ข้อควรระวังและการติดตามผลหลังผ่าตัด

  • งดกิจกรรมโลดโผนและการยกของหนัก: งดการออกกำลังกายหนัก หรือการก้มหัวต่ำกว่าระดับอก อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันเลือดสูงขึ้นจนแผลเปิดหรือเลือดออกใต้ผิวหนัง
  • มาพบแพทย์ตามนัด: เพื่อตรวจเช็กแผลและตัดไหมตามที่คลินิกนัดหมาย ซึ่งโดยทั่วไปศัลยแพทย์จะนัดตัดไหมในช่วง 7-14 วัน หลังกระบวนการผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ

การสระผม

  • โดยทั่วไปหลังผ่าตัด 2-3 วัน สามารถสระผมได้ (หรือเข้ามาใช้บริการสระผมเตียงสปาฟรีที่คลินิกเพื่อความปลอดภัย) โดยใช้ยาสระผมเด็กสูตรอ่อนโยน สระอย่างเบามือ ห้ามเกาบริเวณรอยแผล และเป่าผมด้วย ลมเย็น ให้แห้งสนิททันที

ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าราคาเท่าไหร่ ?

อัตราค่าบริการของการทำศัลยกรรมดึงหน้าจะขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคล โดยมีปัจจัยหลักในการพิจารณางบประมาณ ดังนี้ 

  • เทคนิคการผ่าตัด: การใช้วิธีดึงหน้าชั้นลึกที่ต้องอาศัยความชำนาญการของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เพื่อผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ
  • บริเวณที่ต้องการแก้ไข: การเลือกยกกระชับเฉพาะส่วน เช่น ส่วนบน ส่วนกลาง และส่วนล่าง หรือการผ่าตัดทำโปรแกรมดึงหน้า ดึงคอ ร่วมกันทั่วใบหน้าและลำคอเพื่อความสมดุล
  • เทคโนโลยีทางการแพทย์: การใช้เครื่องมือพิเศษร่วมด้วย เช่น การผ่าตัดผ่านกล้องความละเอียดสูง 4K Endoscopic หรือวัสดุเกรดทางการแพทย์อย่าง Endotine
  • มาตรฐานความปลอดภัย: ความพร้อมของห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐานควบคุมความสะอาด และการดูแลระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางแบบตัวต่อตัวตลอดกระบวนการ

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ยกกระชับผิวให้แลดูเด็กลง
ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic

หมดกังวลเรื่องการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ เพราะเรามีทีมพยาบาลวิชาชีพคอยติดตามอาการผ่านทาง LINE แบบเรียลไทม์ พร้อมโปรแกรม ONE Aftercare เพื่อช่วยดูแลและฟื้นฟูผิวหลังผ่าตัด พร้อมบริการทำแผล สระผม และโปรแกรมฉายแสง LED ฟรีตามเงื่อนไขของคลินิก ซึ่งมีส่วนช่วยลดอาการบวมช้ำ ช่วยให้ผู้รับบริการคลายความกังวล และเพื่อให้ผลลัพธ์ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยลง

ONE Clinic : Surgery & Aesthetics

ดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน
เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัด

เพราะความพึงพอใจไม่ได้จบลงแค่ออกจากห้องผ่าตัด ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เราให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความสบายของผู้รับบริการหลังทำหัตถการเป็นสำคัญ เราจึงมอบบริการโปรแกรม ONE Aftercare เพื่อร่วมดูแลลดอาการบวมช้ำ และช่วยให้ทุกท่านกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ 

ผู้รับบริการเข้ารับโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายด้วยวิตามินเพื่อดูแลผิวหลังศัลยกรรมดึงหน้า

โปรแกรมดริปวิตามินเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย สูตรลดบวมช้ำ

  • ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟู: มีส่วนช่วยดูแลและบรรเทาอาการอักเสบของเนื้อเยื่อหลังการผ่าตัด
  • ลดการขับน้ำส่วนเกิน: ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนและเร่งการขับของเสียหรือน้ำส่วนเกินที่ยังคงค้างอยู่ใต้ผิวหนัง เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โปรแกรมฉายแสงบำบัดผิวช่วยดูแลอาการบวมช้ำหลังการผ่าตัดดึงหน้า

โปรแกรมฉายแสง LED บำบัดผิว

  • ส่งเสริมการสมานแผล: พลังงานแสงช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว เพื่อส่งเสริมกระบวนการสมานตัวของแผลผ่าตัดให้เป็นไปอย่างราบรื่น
  • บรรเทาอาการบวมตึง: มีส่วนช่วยลดอาการบวมตึงและความเขียวช้ำบริเวณแผลหลังผ่าตัด ช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่ทำหัตถการกลับคืนสู่สภาวะปกติได้อย่างเหมาะสม

เพิ่มความมั่นใจปรับรูปหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์
ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic

อย่าปล่อยให้ปัญหาความหย่อนคล้อยลดทอนความมั่นใจในตัวเอง เลือกเทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก (Preservative Deep Plane Facelift) โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่พร้อมช่วยดูแลปรับโครงสร้างผิวให้กลับมากระชับและแลดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนโปรแกรมดึงหน้าและดึงคอร่วมกัน เพื่อให้คุณกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง เพราะ “Looks ONEderful ลุคที่ดี เริ่มที่ ONE” สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายประเมินรูปหน้าเบื้องต้น โทร: 097-456-4446 LINE OA: @ONEClinic หรือ Whatsapp: +66 97 456 4446 

Q & A

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก
ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic (FAQs)

Q: ดึงหน้ากี่เดือนเข้าที่ อยู่ได้นานไหม ?

A: โดยทั่วไปอาการบวมช้ำจะค่อย ๆ ลดลงและเริ่มเข้าที่ในช่วง 1-3 เดือน ซึ่งผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึกอาจคงอยู่ได้นานประมาณ 8-15 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ สภาพผิว และการดูแลตัวเองของผู้รับบริการแต่ละบุคคล

A: สามารถทำร่วมกันได้ รวมถึงยังสามารถทำพร้อมกับหัตถการอื่น เช่น ยกคิ้ว หรือศัลยกรรมเปลือกตา เพื่อให้ภาพรวมใบหน้าดูสมดุล โดยการผ่าตัดดึงหน้าและดึงคอจะใช้ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 7-14 วัน ก่อนจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ตามปกติ

A: ช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก แนวกรามไม่ชัด และคางสองชั้น ส่วนใหญ่เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าเป็นหลัก เพื่อให้การผ่าตัดดึงหน้าได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

A: การร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย ส่วนเทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าจะเป็นการจัดตำแหน่งโครงสร้างเนื้อเยื่อระดับกล้ามเนื้อ (SMAS) จึงให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานกว่า หากผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ผลลัพธ์ที่ได้จะแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงรั้ง และยังคงเอกลักษณ์ของใบหน้าไว้ได้ดี

A: ศัลยแพทย์จะซ่อนรอยแผลไว้บริเวณแนวไรผมและรอบใบหูอย่างประณีต เมื่อแผลสมานตัวและหายดีแล้ว รอยแผลจากการดึงหน้ามักจะกลมกลืนไปกับผิวจนสังเกตเห็นได้ยาก

A: การผ่าตัดทุกชนิดอาจมีโอกาสเกิดอาการบวมช้ำหรือแผลหายช้า ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจประเมินสุขภาพอย่างละเอียดก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก โดยควรงดสูบบุหรี่และงดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์ ตามคำแนะนำของแพทย์