ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ด้วยการดูดไขมันมาตรฐานระดับโรงพยาบาล เพื่อรูปร่างที่สมส่วน และเป็นธรรมชาติในแบบของคุณ
เทคโนโลยีซิลิโคนเฉพาะบุคคล
สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของการดูดไขมันและทำให้
ONE Surgery & Aesthetics แตกต่างจากคลินิกดูดไขมันทั่วไปคือการนำโปรแกรม
3D Design เข้ามาช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถประเมิน
และออกแบบรูปร่างร่วมกับคนไข้ก่อนผ่าตัดจริง
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ถ้าการดูดไขมันที่อื่นเป็นเพียงแค่ “เอาไขมันออกให้เหลือน้อยที่สุด” จนบางครั้งทำให้ผิวเป็นคลื่น
หรือหุ่นดูแห้งเกินไปจนขาดมิติของรูปร่าง ที่ ONE Surgery & Aesthetics เรามองข้ามผ่านจุดนั้นไป
แพทย์จะช่วยประเมินตำแหน่งไขมันสะสม ความยืดหยุ่นของผิว และสัดส่วนโดยรวม เพื่อให้คุณเข้าใจรูปร่างของตัวเองมากขึ้น และเห็นแนวทางการรักษาที่เหมาะสมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
คุณสามารถบอกความต้องการกับคุณหมอได้ทุกเรื่อง เช่น อยากได้เอวตรงนี้ที่คอดมากขึ้น หรือ อยากให้ขาดูเรียวมากขึ้น คุณหมอจะช่วยดีไซน์ให้ดูแบบเรียลไทม์ ลดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกัน
การดูดไขมันที่ดีเริ่มจากการวางแผนอย่างละเอียด แพทย์จะประเมินโครงสร้างร่างกาย สัดส่วนเดิม และคุณภาพผิว เพื่อออกแบบแนวทางการดูดไขมันให้เหมาะกับแต่ละเคส
Our Surgeons
ทีมแพทย์ ONE Surgery ผ่านการฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะทางระดับสากล เชี่ยวชาญสรีระใบหน้าและรสนิยมการออกแบบสำหรับชาวเอเชีย
Vaser Smooth 2.0
ที่ ONE Surgery & Aesthetics เราไม่ได้แค่ออกแบบการดูดไขมันให้ดีเท่านั้น แต่เรายังลงทุนกับเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี ของคนไข้ เราจึงเลือกใช้เครื่อง Vaser เครื่องสลายไขมันด้วยคลื่นความถี่สูง (Ultrasound) ที่ได้การรับรองมาตรฐานจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย
ในอดีต การดูดไขมันแบบเก่า แพทย์ต้องใช้แรงมือในการกระทุ้งเพื่อให้ก้อนไขมันแตกตัว ซึ่งทำให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ บอบช้ำ เส้นเลือดฉีกขาด เกิดอาการเขียวช้ำหนักและต้องพักฟื้นนานกว่าปกติ แต่การใช้เครื่อง Vaser Smooth 2.0 จะทะลายกระบวนการนั้นด้วยหลักการ “สลายไขมันด้วยคลื่นความถี่เสียง”
เครื่อง VASER จะปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปสร้างแรงสั่นสะเทือนในชั้นไขมันส่งผลให้ก้อนไขมันดื้อที่เกาะกันแน่นแตกตัว และ“ละลาย”กลายนเป็นของเหลวเหมือนน้ำอย่างรวดเร็ว
ด้วยการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงของ VASER จะทำลาย “เฉพาะเซลล์ไขมัน” เท่านั้น โดยไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อรอบ ๆ เส้นเลือด เส้นประสาท หรือคอลลาเจน ใต้ผิวหนังเลย
เมื่อไขมันกลายเป็นของเหลวศัลยแพทย์จะสามารถใช้ท่อดูดขนาดเล็กพิเศษสอดเข้าไปดูดไขมันเหลวเหล่านั้นออกมาได้อย่างง่ายดาย นุ่มนวล โดยไม่ต้องใช้แรงกระแทก
เนื่องจากไขมันถูกหลอมละลายให้กลายเป็น ของเหลวเท่ากันทั้งหมดก่อนจะดูดออก ผิวบริเวณที่ทำจึงเรียบเนียน สม่ำเสมอ ไม่เกิดปัญหาผิวบุ๋ม ผิวเป็นคลื่น หรือขรุขระเหมือนการดูดไขมันแบบเก่า
เมื่อเส้นเลือดและเส้นประสาทใต้ผิวไม่ถูกทำลายอัตราการสูญเสียเลือดจึงต่ำมาก อาการบวมช้ำ เขียวจ้ำหลังผ่าตัดจึงน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
คนไข้ส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ทันทีหลังทำแผลแห้งไวและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานตามปกติได้เร็วขึ้น (Fast Recovery)
พลังงานความร้อนอ่อนๆจากคลื่นเสียงVASERจะช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิวหนังไปในตัวทำให้ผิวบริเวณที่ดูดไขมันออกไปแล้วยังคงมีความกระชับ ไม่หย่อนคล้อยหรือย้วยตามลงมา
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
หลายคนยังเข้าใจผิดว่า“การดูดไขมัน”คือทางลัดของคนที่อยากลดน้ำหนักสำหรับคนอ้วนแต่ในทางการแพทย์และศัลยกรรมตกแต่งแล้ว การดูดไขมันคือ “การปรับสัดส่วนของรูปร่าง” (Body Contouring / Body Sculpting) ซึ่งการดูดไขมันคือการเข้าไปสลายและกำจัดไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ลดยากที่สุดออกไป เช่น ไขมันหน้าท้อง ไขมันใต้ท้องแขน หรือไขมันต้นขา ซึ่งเป็นไขมันที่ต่อจะควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด หรือ ออกกำลังกายหนักแค่ไหน ร่างกายก็เผาผลาญไขมันบริเวณนั้นได้ค่อนข้างน้อยการดูดไขมันจึงเป็นทางลัดของคนที่อยากเอาไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้สัดส่วนและรูปร่างที่ดูดีขึ้น
Vaser Smooth 2.0
ที่ ONE Surgery & Aesthetics เราเข้าใจดีว่าไขมันดื้อ (Stubborn Fat) ของแต่ละคนสะสมอยู่ในจุดที่แตกต่างกันด้วยเครื่องมือ และความชำนาญการของทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เราจึงสามารถออกแบบและดูดไขมันได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย เพื่อคืนความมั่นใจให้กับรูปร่างคุณ
การมี “พุงหมาน้อย” ยื่นออกมาเวลาใส่เสื้อผ้ารัดรูป, พุงหลามหลังคลอดบุตรที่หน้าท้องขาย หรือการมี “ห่วงยางรอบเอว”
ที่ทำให้เอวดูหนา ตัวดูตัน บดบังส่วนโค้งเว้าของรูปร่างไปจนหมด
การแก้ไข : ศัลยแพทย์จะดูดไขมันทั้งหน้าท้องส่วนบน ส่วนล่าง และปีกหลังรอบเอว เพื่อเหลาเอวให้คอดลงโดยไม่ต้องทำการดัดกระดูกซี่โครง
ผลลัพธ์หลังทำ : หน้าท้องเรียบแบน เอวคอดขึ้น สัดส่วนดูเป็นรูปทรงนาฬิกาทราย หรือ เอว s นอกจากนี้หากทำร่วมกับการดูดไขมันร่อง 11 หรือ Sexy Line จะช่วยให้หุ่นดูเฟิร์มและมีมิติมากยิ่งขึ้น
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหาพุงยื่น เอวหนา ตัวตัน คนที่ออกกำลังกายแต่งหน้าท้องไม่ยอมลด หรือคุณแม่หลังคลอดที่ต้องการทวงคืนหุ่นเดิม
ปัญหา “ขาเบียด” เวลาเดินแล้วเนื้อเสียดสีกันจนเจ็บและกางเกงเป็นรอย หรือมีไขมันสะสมที่ต้นขานอกเป็นก้อนยื่นออกข้างๆ (Saddlebags) ทำให้ช่วงล่างดูใหญ่ ตัวสั้น สะโพกดูผายเกินจริง
การแก้ไข : ศัลยแพทย์จะทำการดูดไขมันแบบ 360 องศารอบต้นขา โดยเน้นการเคลียร์ไขมันบริเวณขาเบียดด้านใน และจัดกรอบต้นขานอกให้ตรงสวย ไม่เหลาจนเรียวแห้งเป็นแท่งตะเกียบ แต่เน้นให้รับกับสัดส่วนสะโพก
ผลลัพธ์หลังทำ : ขาดูเรียวยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มี “Thigh Gap” (ช่องว่างระหว่างขา) เวลาเดินขาจะไม่เบียด เสริมให้ช่วงขาดูเรียวยาว
เหมาะสำหรับ: คนที่หุ่นทรงลูกแพร์ ที่มีช่วงล่สงใหญ่กว่าช่วงบน และผู้ที่เจอปัญหากางเกงติดต้นขา ทั้ง ๆ ที่เอวหลวม
“แขนล่ำ แขนเป็นถุงกาแฟ” เนื้อใต้ท้องแขนหย่อนคล้อยเวลาขยับหรือโบกมือ รวมถึง “ไขมันปีกหลัง” บริเวณรอบขอบบราที่ปลิ้นออกมาเวลาใส่เสื้อชั้นในหรือเสื้อสายเดี่ยว ทำให้ดูตัวหนาและมีอายุ
การแก้ไข : ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กมาก หลบไว้บริเวณข้อพับข้อศอกหรือใต้รักแร้ แล้วดูดไขมันรอบลำแขนรวมถึงเก็บรายละเอียด
บริเวณเนื้อนมส่วนเกินและปีกหลังให้เรียบเนียนไปพร้อมกัน
ผลลัพธ์หลังทำ : ต้นแขนดูเล็กลง เรียวกระชับ ผิวใต้ท้องแขนตึงขึ้น ไม่หย่อนคล้อยเป็นถุง แผ่นหลังดูเพรียวบาง ละมุนตาไร้เนื้อปลิ้นกวนใจ
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ไม่มั่นใจเวลาใส่เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว หรือผู้ที่แขนใหญ่ โครงสร้างกรรมพันธุ์ที่ลดเองได้ยาก
มีคางสองชั้น (เหนียง) ถ่ายรูปมุมไหนก็เห็น กรอบหน้าไม่ชัด หน้าดูสั้นและดูกลมอวบอิ่มเกินจริง แม้ว่าน้ำหนักตัวจะน้อยแต่เหนียงก็ยังอยู่
การแก้ไข : ใช้หัวดูดไขมันขนาดเล็กพิเศษ (Micro-cannula) ค่อยๆ เลาะเก็บไขมันใต้คางและตามแนวกรอบหน้าอย่างประณีต เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทสำคัญบนใบหน้า
ผลลัพธ์หลังทำ : เหนียงหายไป คอเล็กลง กรอบหน้า (Jawline) คมชัด มีมิติ หน้าดูเรียววีเชพ (V-Shape) มากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถ่ายรูปมุมก้มหรือหน้าตรงก็รอด
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าเยอะ คนที่ฉีดเมโสแฟต (Mesofat) หรือทำเครื่องยกกระชับแล้วเหนียงยังไม่หาย
ผู้ชายที่มีภาวะ “อกแหลม” หรือ “หน้าอกโตคล้ายผู้หญิง” มีเนื้อนมหรือไขมันสะสมที่อกจนนูนเด่น ทำให้ขาดความมั่นใจอย่างรุนแรง ไม่กล้าใส่เสื้อยืดรัดรูปหรือไม่กล้าถอดเสื้อว่ายน้ำ
การแก้ไข : ผสมผสานการสลายไขมันบริเวณหน้าอกร่วมกับการซ่อนแผลผ่าตัดขนาดเล็กบริเวณขอบปานนมเพื่อเอาเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมส่วนเกินออก
ผลลัพธ์หลังทำ : อกกลับมาแบนราบ แน่น เฟิร์ม มีเส้นขอบมัดกล้ามเนื้อที่ดูแมนและเป็นธรรมชาติ สามารถกลับมาใส่เสื้อยืด
หรือถอดเสื้อโชว์แผงอกได้อย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง
Vaser Smooth 2.0
หมดกังวลเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือความน่ากลัวไปได้เลยครับ เพราะที่ ONE Surgery & Aesthetics เราออกแบบเส้นทางการเปลี่ยนหุ่นของคุณให้มีความโปร่งใส ปลอดภัย และเข้าใจง่ายที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลักๆ
เริ่มต้นด้วยความแม่นยำ คุณจะได้เข้าพบศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเพื่อพูดคุยถึงเป้าหมาย โดยหมอจะใช้เทคโนโลยี 3D Design สแกนรูปร่างจริงของคุณเข้าคอมพิวเตอร์ เพื่อคำนวณปริมาณไขมันและจำลองผลลัพธ์หลังทำให้คุณดูบนหน้าจอทันที คุณอยากได้เอวคอดแค่ไหน หรืออยากเน้นจุดไหน สามารถดีไซน์ร่วมกับคุณหมอได้เลยในขั้นตอนนี้
เพราะความปลอดภัยของคุณคือสิ่งสำคัญที่สุด ก่อนการผ่าตัดเราจะมีการตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด
(เช่น ตรวจเลือด หรือเช็กประวัติสุขภาพ) เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกาย และส่งข้อมูลต่อ
ให้วิสัญญีแพทย์ผู้วิชาชีพในการวางแผนดูแลความปลอดภัยและระงับความเจ็บปวดตลอดการผ่าตัด
เมื่อถึงวันผ่าตัด คุณจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐานปลอดเชื้อระดับโรงพยาบาล โดยวิสัญญีแพทย์จะทำการให้ยาระงับความเจ็บปวด (ดมยาสลบ หรือใช้ยาชาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลและสัดส่วนที่ทำ)
เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย หลับสบายตลอดการผ่าตัด โดยไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ
คุณหมอจะทำการเปิดแผลขนาดเล็กมาก (ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร) ในจุดที่ซ่อนสายตา จากนั้นจะปล่อยคลื่นเสียง VASER Smooth 2.0 เข้าไปหลอมละลายเซลล์ไขมันให้กลายเป็นของเหลว แล้วทำการดูดไขมันส่วนเกินนั้นออกตามโครงสร้าง 3D ที่ออกแบบไว้ ผิวของคุณจึงเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น และบวมช้ำน้อยที่สุด
หลังผ่าตัดเสร็จสิ้น คุณจะได้นอนพักผ่อนอย่างสบายใจในห้องพักฟื้นที่สะอาดและเป็นส่วนตัว เพื่อรอให้หมดฤทธิ์ยา โดยมีพยาบาลวิชาชีพดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อร่างกายพร้อมและคุณหมอประเมินแล้วว่าปลอดภัย คุณก็สามารถรับยา นัดวันตัดไหม และกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านต่อได้ทันทีในวันเดียวกันครับ ไม่ต้องนอนค้างที่คลินิก!
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด ONE Surgery ลงทุนกับห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ระดับโรงพยาบาลเฉพาะทาง
ห้องผ่าตัดระบบ Positive Pressure · มาตรฐาน ISO Class 7 Cleanroom
ระบบควบคุมอากาศมาตรฐาน ISO เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและรักษาสภาวะแวดล้อมที่สะอาดที่สุดในระหว่างผ่าตัด
ระบบติดตามสัญญาณชีพแบบ Real-time ตลอดการผ่าตัดควบคุมโดยวิสัญญีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
อุปกรณ์ผ่าตัดผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อระดับ Hospital-grade ทุกชิ้น ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น
ห้องผ่าตัดพร้อมด้วยอุปกรณ์กู้ชีพครบครันและทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกรับมือ เหตุการณ์ฉุกเฉิน
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เพราะความปลอดภัยของคุณคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง การศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic จึงไม่ได้มีเพียงแค่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ดูแลเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่เรายังมี วิสัญญีแพทย์ (หมอดมยาสลบ) เฉพาะทาง คอยดูแลและควบคุมการระงับความรู้สึกตลอดการผ่าตัดอย่างใกล้ชิดแบบ 1:1
วิสัญญีแพทย์ของเราจะประจำการอยู่ในห้องผ่าตัดกับคุณตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มกระบวนการดมยาสลบ ระหว่างการผ่าตัด ไปจนถึงวินาทีที่คุณฟื้นคืนสติอย่างปลอดภัย โดยจะไม่เดินสลับไปห้องอื่น เพื่อการเฝ้าระวังที่ไร้รอยต่อ
เพราะสรีระ ความดัน และการตอบสนองต่อยาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิสัญญีแพทย์จะทำการประเมินประวัติสุขภาพ ผลเลือด และสัญญาณชีพของคุณอย่างละเอียด เพื่อคำนวณปริมาณยาสลบให้เหมาะสม ปลอดภัย และแม่นยำที่สุด
ในระหว่างที่ศัลยแพทย์กำลังทำการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะคอยมอนิเตอร์สัญญาณชีพ (Vital Signs) ทั้งระบบทางเดินหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือด ผ่านจอมอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลา
ด้วยเทคนิคการให้ยาสลบที่ประเมินเฉพาะบุคคล ช่วยให้คนไข้ฟื้นตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สบายตัว ลดผลข้างเคียงอย่างอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการมึนงงหลังผ่าตัดได้อย่างดีเยี่ยม
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เพื่อให้ผลลัพธ์การจัดกรอบรูปร่างด้วยเครื่อง VASER และระบบ 3D Design ออกมาดูดีที่สุด และช่วยให้ฟื้นตัวได้ไว ไร้กังวลการเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังผ่าตัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
หลังการดูดไขมัน เรามีทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยติดตามอาการ (Follow-up) และให้คำแนะนำในการดูแลรักษาแผลอย่างใกล้ชิด คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงใจที่สุดในทุก ๆ วันของการฟื้นตัว
หลังดูดไขมัน ผิวหนังและกล้ามเนื้อจะเกิดช่องว่าง ชุดกระชับจะช่วยรีดน้ำเหลือง ลดอาการบวม และล็อกผิวให้เรียบเนียนตึงกระชับ แนะนำให้ใส่ตลอด 24 ชั่วโมงใน 1 เดือนแรก (ถอดออกเฉพาะตอนอาบน้ำ) หลังจากนั้นใส่ตามคำแนะนำของแพทย์
ห้ามให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะถึงวันตัดไหม (ประมาณ 7-14 วัน) โดยใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายแทน
หลังทำ 1-2 วัน ควรลุกเดินบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยขับน้ำเกลือและน้ำเหลืองที่ค้างอยู่ให้ออกมาเร็วขึ้น แต่ งดการออกกำลังกายหนักหรือยกของหนักเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์
เป็นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลอักเสบ บวมช้ำ หรือคันบริเวณบาดแผล
เพื่อติดตามอาการ ดูความเรียบร้อยของผิวหนัง และทำโปรแกรม Aftercare (เช่น การนวดกระชับผิว หรือการฉายแสงลดบวม) ที่ ONE Surgery จัดเตรียมไว้ให้
ONE Clinic : Surgery & Aesthetics
เพราะความดูดีไม่ได้จบลงแค่ออกจากห้องผ่าตัด ที่ ONE Surgery & Aesthetics เราให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์หลังทำและความสบายของคนไข้” เราจึงมอบบริการโปรแกรม ONE Aftercare เพื่อลดความบวมช้ำและให้ทุกท่านกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
(Anti-Inflammatory & Recovery Booster): ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เร่งการขับของเสียหรือน้ำส่วนเกินที่ยังคงค้างอยู่ใต้ผิว ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไวขึ้นกว่าการทานยาเพียงอย่างเดียว
(LED Light Therapy): กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวให้ซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น ทำให้แผลสมานตัว และลดอาการบวมตึงบริเวณแผลหลังผ่าตัด
Q & A
A: ดูดไขมัน เหมาะกับผู้ที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้ว แต่ยังมีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ไม่ยอมลด เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือแขน การออกกำลังกายลดไขมันได้ทั่วร่างกายแต่เลือกจุดไม่ได้ ขณะที่การดูดไขมันกำจัดเซลล์ไขมันออกจากจุดที่ต้องการโดยตรง เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้วไม่กลับมาในบริเวณเดิม ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic แพทย์จะประเมินว่าการดูดไขมันเหมาะกับสภาพร่างกายของคุณหรือไม่ก่อนวางแผนการรักษาทุกครั้ง
A: ผิวเป็นคลื่นหลังดูดไขมันเกิดได้หากดูดไขมันไม่สม่ำเสมอ หรือในผู้ที่ผิวมีความยืดหยุ่นน้อย ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ใช้เทคโนโลยี Vaser Lipo ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์สลายไขมันอย่างละเอียดก่อนดูด ช่วยให้การกำจัดไขมันสม่ำเสมอกว่าการดูดไขมันแบบเดิม สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องผิวหย่อนหรือผิวเป็นคลื่น แพทย์อาจพิจารณาใช้เทคโนโลยีกระชับผิวร่วมด้วย ความเสี่ยงด้านนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปริมาณไขมันที่ประเมินก่อนผ่าตัด
A: เซลล์ไขมันที่ดูดออกไปแล้วจะไม่กลับมาในบริเวณเดิม เพราะถูกกำจัดออกถาวรในกระบวนการดูดไขมัน อย่างไรก็ตามหากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากหลังผ่าตัด เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ในส่วนอื่นของร่างกายจะขยายตัวได้ตามปกติ ผู้รับบริการที่รักษาน้ำหนักให้คงที่และดูแลพฤติกรรมการกินหลังดูดไขมันมักเห็นสัดส่วนที่คงอยู่ได้ยาวนาน แพทย์ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic จะแนะนำแนวทางดูแลหลังดูดไขมันเป็นรายบุคคล
A: ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic สามารถดูดไขมันได้หลายบริเวณ ได้แก่ หน้าท้อง เอว และสีข้างสำหรับปรับเอวให้คอด ต้นขาและน่องสำหรับปรับสัดส่วนขา แขนและหลังสำหรับลดไขมันส่วนบน รวมถึงคาง แก้ม และใบหน้าสำหรับปรับโครงสร้างหน้าให้กระชับ การดูดไขมันหลายบริเวณในครั้งเดียวทำได้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์สัดส่วนโดยรวมสมดุลและปลอดภัย
A: ONE Surgery & Aesthetics Clinic เป็นพาร์ทเนอร์กับโรงพยาบาลวิมุต ทำให้มาตรฐานการดูดไขมันอยู่ในระดับโรงพยาบาล ไม่ใช่คลินิกความงามทั่วไป ห้องผ่าตัดเป็นระบบ Positive Pressure มาตรฐานสากล ที่ควบคุมคุณภาพอากาศเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ กระบวนการดูดไขมันดำเนินการโดยทีมแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งพร้อมทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด ความพร้อมด้านระบบและบุคลากรในระดับนี้เป็นสิ่งที่แยกแยะได้ชัดเจนจากคลินิกทั่วไป
A: ระหว่างการดูดไขมันผู้รับบริการจะได้รับยาสลบหรือยาชาตามความเหมาะสม จึงไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดตึงและเจ็บบริเวณที่ดูดไขมันในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จัดให้ อาการส่วนใหญ่ดีขึ้นชัดเจนภายในสัปดาห์แรก ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic แพทย์จะอธิบายกระบวนการและสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังดูดไขมันให้คุณเข้าใจครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
A: ระยะพักฟื้นดูดไขมันช่วงแรก 3-5 วันมีอาการบวมและช้ำซึ่งค่อย ๆ ลดลง ผู้รับบริการส่วนใหญ่กลับมาทำงานออฟฟิศได้ใน 1-2 สัปดาห์ และกลับมาออกกำลังกายได้หลัง 4-6 สัปดาห์ สัดส่วนหลังดูดไขมันจะเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ และชัดเจนที่สุดเมื่ออาการบวมยุบสนิทภายใน 2-3 เดือน การสวมชุดกระชับตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดมีผลโดยตรงต่อความเรียบเนียนและความกระชับของผิวหลังดูดไขมัน
A: ผิวหย่อนหลังดูดไขมันหน้าท้องเกิดได้ในผู้ที่ผิวมีความยืดหยุ่นน้อย หรือดูดไขมันออกในปริมาณมาก สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงด้านนี้ แพทย์ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic อาจพิจารณาใช้เทคโนโลยีกระชับผิวร่วมกับการดูดไขมันเพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง การประเมินความยืดหยุ่นของผิวและปริมาณไขมันก่อนผ่าตัดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่แพทย์จะดำเนินการในวันนัดหมายปรึกษา เพื่อวางแผนการดูดไขมันที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ
A: ผ่าตัดดูดไขมัน ราคาคำนวณตามจำนวนบริเวณที่ดูดไขมัน ปริมาณไขมันในแต่ละจุด การใช้เทคโนโลยีกระชับผิวเสริม รวมถึงค่าห้องผ่าตัดมาตรฐานสากล และค่าทีมวิสัญญีแพทย์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกแจ้งอย่างชัดเจนหลังแพทย์ประเมินแผนการดูดไขมันของคุณ สามารถนัดหมายปรึกษาแพทย์ที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic เพื่อรับแผนการรักษาและค่าใช้จ่ายที่ตรงกับเป้าหมายของคุณ
A: ความเสี่ยงที่พบได้หลังดูดไขมัน ได้แก่ อาการบวม ช้ำ และชาชั่วคราว ซึ่งดีขึ้นเองตามเวลา ความเสี่ยงรุนแรง เช่น การติดเชื้อหรือเลือดคั่ง มีโอกาสเกิดน้อยและลดลงได้ด้วยการผ่าตัดในห้องมาตรฐานที่ ONE Surgery & Aesthetics Clinic ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับโรงพยาบาลวิมุต ทำให้กระบวนการดูดไขมันปลอดภัย ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงการติดตามผล อยู่ในมาตรฐานระดับโรงพยาบาล